เผยโฉม 8 หุ้นตัวตึงจาก 4 กลุ่ม ขานรับมาตรการ “Easy E-Receipt”

ช่วงสิ้นปีแบบนี้ หนึ่งในสิ่งที่หลาย ๆ คนรอคอย คงหนีไม่พ้นมาตรการที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการลดหย่อนภาษีจากภาครัฐ ซึ่งนอกจากจะเป็นตัวช่วยแบ่งเบาทางภาษีแล้ว ยังถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย


อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติมาตรการ Easy E-Receipt ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท เริ่ม 15 ม.ค. - 28 ก.พ.68 โดยแบ่งวงเงิน 30,000 บาท สำหรับช้อปสินค้า-ท่องเที่ยว และ 20,000 บาท สำหรับสินค้าชุมชน-OTOP


โดยประเด็นนี้ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ได้ระบุในบทวิเคราะห์ คงมุมมองมาตรการ Easy E-Receipt เม็ดเงินกระจายทั่วถึงขึ้น ทั้งกลุ่มค้าปลีก เน้นกลุ่มที่มียอดขายต่อบิลสูง CRC, HMPRO บัตรเครดิต KTC ท่องเที่ยว เน้น ERW, CENTEL และกลุ่มธนาคารที่มีฐานสินเชื่อ SME ต่อสินเชื่อรวมสูง เน้น KBANK, SCB, BBL


ทั้งนี้ Wealthy Thai ได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์รายตัวของหุ้นดังกล่าวจาก บล.กรุงศรี โดยมีรายละเอียดดังนี้


กลุ่มค้าปลีก

แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท/หุ้น โดยกำไรไตรมาส 3/67 อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท (+96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +34% จากไตรมาสก่อน) ซึ่งสูงกว่าประมาณการของ Bloomberg ถึง 57% แต่หากแยกรายการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกกำไรหลักอยู่ที่ 1.85 พันล้านบาท (+39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +15% จากไตรมาสก่อน) กำไรหลักเพิ่มขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้เพิ่มขึ้นเพียง 6% ส่วนใหญ่มาจากต้นทุน SG&A/ยอดขายรวมที่ลดลง (ลดลง 1.4ppt จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 27.8%)


แนะนำ “ซื้อ” บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท/หุ้น โดย HMPRO เป็น top pick ในกลุ่มปรับปรุงบ้าน ทั้งนี้ คาดว่า SSSG จะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/67 เป็นต้นไป ที่ +4% เทียบกับ -3.9% ในไตรมาส 3/67 สำหรับแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอาจได้รับแรงสนับสนุนจาก 1) การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเมืองท่องเที่ยว 2) อุปสงค์หลังน้าท่วมโดยเฉพาะในภาคเหนือ 3) การบริโภคที่แข็งแกร่งขึ้นหลังจากการแจกเงินสด 10,000 บาทต่อคน ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน


กลุ่มบัตรเครดิต

แนะนำ “ซื้อ” บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 55.00 บาท/หุ้น โดยชอบ KTC เพราะ 1) มีจุดแข็งด้านงบดุล ทั้งด้านค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL ratio) และสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) 2) สินเชื่อรวมคาดเติบโตต่อในปี 2568 ที่ +4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2567 ที่ +3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3) กำไรสุทธิปี 2568 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ต่อจากปี 2567


กลุ่มท่องเที่ยว

แนะนำ "Trading Buy" บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท/หุ้น ทั้งนี้ ผู้บริหารแสดงความมั่นใจต่อผลประกอบการในไตรมาส 4/67 โดยได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งทั้งในไทยและญี่ปุ่นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของแกรนด์ไฮแอทเอราวัณและโรงแรมฮอลิเดย์อินน์พัทยา นอกจากนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะช่วยหนุน ขณะที่ บล.กรุงศรี ยังคงประมาณการไตรมาส 4/67 ที่คาดว่าจะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน


แนะนำ "Trading Buy" บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 40.00 บาท/หุ้น โดยอิงจากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1) มุมมองเชิงบวกจากข้อความสำคัญในการประชุมกับนักวิเคราะห์ ซึ่งคาดว่ารายได้จากทั้งกลุ่มโรงแรมและกลุ่มอาหารจะเติบโตจากช่วงฤดูกาลที่สูงในไตรมาส 4/67 และจะสามารถชดเชยค่าใช้จ่ายก่อนเปิดตัวจากมัลดีฟส์ได้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้กำไรเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรปี 2567 2) ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นที่ผ่านมา และขณะนี้ซื้อขายที่ P/E 28 เท่า ในปี 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึง upside ที่จำกัดจากราคาเป้าหมายของ บล.กรุงศรี


กลุ่มธนาคาร

แนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 180.00 บาท/หุ้น โดยปรับประมาณการกำไรสุทธิ 2567-69 ใหม่เป็น 4.95/5.45 และ 5.83 หมื่นล้านบาท (เดิม 4.94/5.48 และ 5.81 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ) มุมมองที่เปลี่ยนไป 1) สินเชื่อรวมต่ำกว่าคาด จากกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง 2) ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายขาลง โดยใช้สมมุติฐานดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.0% ซึ่งคาดจะมีการปรับลงอีกครั้งในช่วงไตรมาส 1/68 3) รายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ ดีกว่าคาด จากธุรกิจ wealth management


แนะนำ “Neutral” บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 110.00 บาท/หุ้น โดยมองมีจุดเด่นเรื่องปันผล dividend yield ประมาณ 9% ต่อปี ซึ่งสูงสุดในกลุ่มธนาคาร ทั้งนี้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2567-69 ที่ 4.17/ 4.27 และ 4.38 หมื่นล้านบาท (เดิม 4.06/4.32 และ 4.40 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ) โดยมุมมองที่เปลี่ยนไป 1) สินเชื่อรวมต่ำกว่าคาด จากกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่ออย่างรัดระวัง 2) ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายขาลง ใช้สมมุติฐานดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.0% ซึ่งคาดจะมีการปรับลงอีกครั้งในช่วงไตรมาส 1/68 3) ค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) ดีกว่าคาด จากธุรกิจ Gen 2


แนะนำ “Neutral” ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 148.00 บาท/หุ้น โดยคงกำไรสุทธิปี 2567-68 ที่ 4.48 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4.33 หมื่นล้านบาท หดตัว -3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ ทั้งนี้ ภาพรวมมอง 1) NPL Ratio มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อ 2) เป็นธนาคารเดียวคาดกำไรสุทธิปี 2568 หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3) ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐช้าสุดในกลุ่มธนาคารใหญ่


Most Viewed
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
Updated 18 hours ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 1 day ago
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
Updated 11 hours ago
Stock of the Day
SET ปิดเช้าพุ่ง 21 จุด ทะลุ 1,600 จุด สำเร็จ! รับแรงหนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า-สื่อสาร โบรกฯ มองหุ้นไทยมีดี แต่เริ่มแพง
Updated 1 day ago
Follow Us