สำรวจกำไรหุ้นแบงก์ปี 67 KBANK ยืนหนึ่ง! คาดฟันกำไรรวม 4.7 หมื่นล้าน
แม้ไตรมาสสุดท้ายจะเป็นช่วงที่ค่าใช้จ่ายของหุ้นกลุ่มธนาคารจะปรับตัวสูงขึ้น กดดันผลประกอบการให้ปรับตัวลดลง แต่ในไตรมาส 4/67 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นักวิเคราะห์ยังมองว่ากำไรของหุ้นกลุ่มธนาคารยังเติบโตได้ เนื่องจากไม่มีลูกหนี้การค้าขนาดใหญ่ที่เกิดปัญหาเหมือนในไตรมาส 4/66 ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากแนวโน้มกำไรโค้งสุดท้ายของปีที่ยังเติบโตดี ช่วยสนับสนุนให้กำไรสุทธิปี 2567 ของหุ้นธนาคารพาณิชย์ยังเติบโตจากปีก่อน วันนี้ Wealthy Thai จึงมีคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2567 ของ 7 หุ้นในกลุ่มธนาคารมาฝาก มาดูกันว่าแต่ละธนาคารจะสร้างการเติบโตได้มากแค่ไหน
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดหุ้นกลุ่มธนาคารภายใต้ Coverage ทั้ง 7 แห่ง จะมีกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 4/67 จำนวน 48,182 ล้านบาท โต 12.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากฐานที่ต่ำ เพราะไตรมาส 4/66 มีการตั้งสำรองเพื่อรองรับความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทใหญ่ในกลุ่มรับเหมา ขณะที่ปีนี้ยังไม่มีสัญญาณบริษัทใหญ่ที่มีปัญหาเพิ่มเติม
แต่คาดกำไรสุทธิกลุ่มจะลดลง 12% จากไตรมาส 3/67 เพราะเป็นช่วงที่หลายธนาคารจะตั้งค่าใช้จ่ายลงทุนพัฒนาระบบงานและเทคโนโลยีจำนวนมาก ทำให้ Cost to Income Ratio เร่งตัวขึ้นสูงกว่าไตรมาสอื่น รวมทั้งมีผลลบจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่คาดจะลดลง เพราะมีผลกระทบเชิงลบจาก NIM ที่ชะลอตัวหลังมีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ตั้งแต่เดือนพ.ย. 68
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดปัจจัยลบดังกล่าวบางส่วนจะถูกชดเชยด้วยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เร่งตัวขึ้น หนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้าประกัน, ธุรกิจบริหาร จัดการกองทุน และธุรกิจ Wealth Management ที่ขยายตัวได้ดี และคาดการตั้งสำรองโดยรวมลดลงราว 3.2% เพราะหลายธนาคารเร่งตั้งสำรองไปมากแล้ว และคาดได้อานิสงส์บวกจากมาตรการรัฐฯ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีแรงขับเคลื่อนมากขึ้น
จากการสำรวจคาดการณ์หุ้นธนาคารภายใต้การวิเคราะห์ของบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) พบว่า KBANK เป็นหุ้นธนาคารที่จะมีกำไรสุทธิปี 2567 สูงที่สุดที่ 47,966 ล้านบาท โต 13.1% จากปีก่อน โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 175 บาท และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.6%
รองลงมาเป็น BBL คาดกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 43,950 ล้านบาท โต 5.6% จากปีก่อน โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 190 บาท ส่วนอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) คาดอยู่ที่ 4.6%
KTB คาดกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 43,791 ล้านบาท โต 19.6% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25 บาท และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.5%
SCB คาดมีกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 43,335 ล้านบาท ลดลง 0.43% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 130 บาท และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 7.8%
TTB คาดกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 20,837 ล้านบาท โต 12.9% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 2.10 บาท และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.3%
TISCO คาดกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 6,868 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 109 บาท และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 7.4%
และสุดท้าย KKP คาดกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 4,656 ล้านบาท ลดลง 14.5% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 50 บาท และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.9%

