SET ปี 64 ทะยาน 1,600 จุด ชูกลยุทธ์ 3 ธีมการลงทุน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยของปี 64 จะอยู่ที่ระดับ 1,600 จุด โดยอิง P/E ที่ 20.7 เท่า แม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 15.6 เท่าแต่ยังต่ำกว่า PE ในปี 2551-2552 ที่ 23 เท่า ซึ่งเป็นปีที่กระแสเงินทุนไหลเข้าจาก QE และปริมาณเงินในระบบน้อยกว่าปัจจุบัน นอกจากนี้ ระดับดัชนี 1,600 จุดคิดเป็น PBV 1.76 เท่า และคาดว่า EPS จะอยู่ในระดับ 77 บาท เพิ่มขึ้น 44% จากฐานที่ต่ำในปี 63 และคาดว่าในปี 65 จะเติบโตขึ้น 13% จากปี 64


ทั้งนี้ประเมินระยะสั้นหุ้นที่มีมูลค่าพื้นฐานจะยัง Outperform โดยหุ้นที่มีการเติบโตจากพื้นที่ถูกกว่า เราแนะนำ 3 ธีม การลงทุน ได้แก่ เทคโนโลยีซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจาก COVID-19 ที่ทำให้ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ประกอบกับการบริโภคที่ฟื้นตัวในปีหน้า และผลบวกจากความสำเร็จของวัคซีนและกระแสรักสุขภาพ โดยเลือก Top Pick 8 ตัวได้แก่ BEM, BDMS, KBANK, JWD, JR, M, MTC, SYNEX


ขณะเดียวกันจากประเด็นบวกใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นโดยเฉพาะการมีวัคซีนโควิด-19 ซึ่งทำให้เศรษฐกิจโลกไม่กลับไปถดถอย แต่จะทยอยฟื้นตัวทำให้นักลงทุนหันกลับมาหา Value stocks เพราะ Valuation ที่ยังถูก


โดยกลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็น 3 กลุ่มที่มี Forward PE และPBV ถูกที่สุด จะเห็นว่า SET50 (ซึ่งมีสัดส่วนของกลุ่มธนาคารและพลังงานจำนวนมาก) ในช่วงตั้งแต่ Fund flow เริ่มไหลเข้าในช่วงต้นเดือน พ.ย. ปรับตัวขึ้นแรงกว่า sSET


อย่างไรก็ตามแม้ว่าหุ้นที่มีการเติบโตจะมี Valuation สูงกว่า แต่การเติบโตของกำไรในระยะยาวสูงกว่าด้วยเช่นกัน เราคิดว่าหุ้นที่มีกำไรเติบโตสูงและเป็นกำไรที่มีคุณภาพควรได้รับความสนใจจากนักลงทุน จังหวะการพักฐานของหุ้นเหล่านี้เป็นโอกาสที่ดีในการเลือกสะสม



หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จาก COVID-19 ในระยะยาว


สำหรับธีมการลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียังคงเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก COVID-19 ในระยะยาว เพราะเป็นปัจจัยที่เร่งให้คนรับการใช้งานดิจิตอลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้เร็วขึ้นในแทบทุกกิจกรรม ทั้งการเรียนการสอน


การทำงาน การประชุม ออกก าลังกาย กีฬา การแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายสนับสนุนและกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐที่ดำเนินการแผ่นแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เป็นอีกปัจจัยกระตุ้นสำคัญให้ประชาชนระดับรากหญ้าเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยี


นอกจากนี้บริษัทหลายแห่งมีการลงทุนเปลี่ยนระบบการทำงานซอฟต์แวร์จากระบบ On Premise เป็นระบบ On Cloud ซึ่งมีความยืดหยุ่นและสะดวกสำหรับเทรน Work from Anywhere ส่งผลให้การใช้งานด้าน Data เพิ่มมากขึ้นอย่างทวีคูณ ซึ่งจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและรับกับเทคโนโลยีได้มากขึ้น คาดว่าจะช่วยหนุนให้อัตราการตอบรับ (Adoption Rate) ของเทคโนโลยี 5G มีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดคาด


รวมถึงไปถึงทำให้เกิดการทยอยเปลี่ยนอุปกรณ์ให้รองรับการใช้งาน 5G และ การเชื่อมโยงของอุปกรณ์ Gadget ต่างๆหรือที่เรียกว่า IoT ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะยาว แม้ว่าในอนาคต COVID-19 จะมีบทบาทน้อยลงและผ่านไปหลังจากหลายประเทศเริ่มใช้งานวัคซีน COVID-19 ฉุกเฉินแล้ว แต่การใช้เทคโนโลยีจะเป็น Next normal ที่ยังคงอยู่ถาวร เราประเมินผู้ที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมอย่าง ADVANC ผู้ให้บริการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์ ITEL IIG HUMAN และ JR ซึ่งวางระบบไฟฟ้าและระบบโทรคมนาคม รวมถึงผู้จำหน่ายสินค้าไอทีและผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง CPW SYNEX KCE HANA



การบริโภคที่ฟื้นตัวในปีหน้า


ส่วนการบริโภคภาคเอกชนปี 2564 จะกลับมาฟื้นตัว 2.5% เมื่อเทียบกับปี 63 จากทั้งการฟื้นตัวของความต้องการ ในประเทศตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยกลับมาคึกคักมากขึ้น รวมถึงคาดหวังการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว


เข้ามาช่วยจับจ่ายใช้สอยและหนุนยอดขายของสาขาเดิมให้ฟื้นตัวโดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 64 โดยแรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่สูงขึ้นและยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ


รวมถึงคาดว่าจะยังเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อจากภาครัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องซึ่งทำให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มค้าปลีกฟื้นตัวได้แข็งแรงในปี64 จากฐานที่ต่ำในปี 63 หุ้นTop Picks ในธีมการบริโภค เราเลือกกลุ่มค้าปลีก CPALL HMPRO และ DOHOME, กลุ่มเครื่องดื่ม OSPและ TACC, กลุ่มอาหาร M และ TVO


กลุ่มโลจิสติกส์ที่ขยายตัวตามการจับจ่ายและ E-Commerce คือ JWD รวมถึง BEM ที่เป็นธุรกิจ Defensive แปรผันตามสภาพเศรษฐกิจ แม้ปี 63 ได้รับผลกระทบจากCOVID-19 จากการล็อกดาวน์ แต่เรามองว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ทิศทางกำไรคาดฟื้นตัวเด่นในปี 64 ตามปริมาณรถบนทางด่วน และจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าเร่งขึ้นกลับสู่ระดับปกติ นอกจากนี้ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ จะได้กำลังซื้อและความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวจะเป็นแรงหนุนต่อทิศทางอุปสงค์ของตลาดอสังหาฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดำรงชีวิต เราประเมินกำไรปี 64 ของกลุ่มอสังหาฯจะฟื้นตัวได้ครั้งแรกในรอบ 2 ปี เทียบกับปี 62 ที่ถูกดดันจากการเริ่มใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ และปี 63 จาก COVID-19 เลือก NOBLE,ORI, SPALI



ผลบวกจากความสำเร็จของวัคซีน


ประเมินพัฒนาการของวัคซีน COVID-19 ของทั้ง 3 บริษัทหลักอย่าง Pfizer&BioNTech Moderna และAstraZeneca เป็นปัจจัยหลักในการปลดล็อคมาตรการควบคุมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางระหว่าง


ประเทศที่คาดว่าจะทยอยกลับสู่ภาวะปกติโดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 64 หลังจากประเทศหลักๆในโลกได้ใช้งานวัคซีนอย่างเพียงพอในระดับหนึ่ง ซึ่งจะหนุนให้จำนวนนักท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัวขึ้นซึ่งเป็นบวกต่อประเทศไทยมากที่สุดเนื่องจากพึ่งพานักท่องเที่ยวในระดับสูง แม้ว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่คาดว่าภาวะอุตสาหกรรมและผลการดำเนินงานผ่านช่วงที่แย่สุดไปแล้ว เราจึงมองบวกต่อกลุ่มโรงแรมอย่าง MINT CENTEL ส่วนการคลายมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐเป็นบวกต่อธุรกิจโรงภาพยนตร์อย่าง MAJOR รวมถึงได้แรงหนุนจากหนังทำเงินเกือบทั้งหมดที่ถูกเลื่อนมาอยู่ในปี 64


นอกจากนี้อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติคือกลุ่มการแพทย์ซึ่งไทยมีจุดเด่นด้านบริการที่เป็นเลิศและจำเป็นต้องยกระดับให้เป็น Medical Hub ของภูมิภาครวมไปถึงแรงหนุนจากกระแสรักสุขภาพ (Heath Conscious) ที่มาแรง ซึ่งหนุนให้บริการด้านเวชศาสตร์ (Wellness) มีการเติบโตที่ดีและยังเป็นกลุ่มที่ยัง Laggard ตลาด เราชอบ BDMS BCH CHG EKHและ IP



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 19 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us