คาดหุ้นไทยไซด์เวย์กรอบ 1,330–1,360 จุด แนะนำ 2 หุ้นใหญ่ แนวโน้มผลงานฟื้นตัว
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า วานนี้ตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,335.64 จุด ปรับตัวลง 7.55 จุด ทำระดับต่ำสุดใหม่ มูลค่าการซื้อ ขายอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องที่ราว 29,530 ล้านบาท ประเด็นกดดันมาจากการที่เฟดส่งสัญญาณไม่รับลดดอกเบี้ยจากเงินเฟ้อที่ ยังสูงกว่าเป้าหมาย รวมถึงการที่ทรัมป์เตรียมพิจารณาจำกัดการส่งออกชิป Nvidia ไปจีน ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในกลุ่ม เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ทำให้หุ้น DELTA ปรับตัวลงและมีผลต่อดัชนีราว 6 จุด ในขณะที่หุ้นในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ ปรับตัวขึ้นหนุนดัชนี
สำหรับตลาดหุ้นวันนี้ คาดน่าจะ Sideway ที่กรอบ 1,330 – 1,360 ตามเดิมจากการที่ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่และมีปัจจัยกดดันอย่างการขึ้นภาษีนำเข้าของทรัมป์ 25% กับแคนาดา และเม็กซิโกในวันที่ 1 ก.พ. ส่วนหุ้นแนะนำเป็น SCGP และ TIDLOR
โดย SCGP ให้ราคาพื้นฐาน 20.00 บาท มีมุมมองเชิงบวกต่อ SCGP แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2567 จะต่ำกว่าคาด แต่มองว่าเป็นจุดต่ำสุดของกำไรและจะมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาส 1/2568 เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษเพิ่มเติม และคาดว่า Fajar มีแผนเพิ่มทุนเพื่อปรับโครงสร้างหนี้เดิม ซึ่งจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายได้ประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อปี โดยปรับคำแนะน่า SCGP ขึ้นจากการที่กำไรผ่านจุดต่ำสดและการฟื้นตัวของ Fajar นอกจากนี้ SCGP ยังประกาศจ่ายปันผล 0.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัดราการจ่ายปันผล 250% ในปี 2567 โดยจะจ่ายวันที่ 21 เมษายนนี้
ส่วน TIDLOR ให้ราคาพื้นฐาน 23.00 บาท โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อ TIDLOR คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2567 จะมีคุณภาพสินทรัพย์ดีตามคาดจากการเร่งจัดเก็บหนี้หลังการปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ตั้งแต่ปี 2566 ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์มีแนวโน้มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/2567 คาดว่าสินเชื่อในปี 2568 จะเติบโต 10% พร้อมรายได้ประกันที่จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2568 นอกจากนี้ดัชนีราคารถมือสองที่ฟื้นตัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาหลังแตะจดต่ำสุดในเดือนตลาคม คาดว่าจะช่วยลดผลขาดทุนจากการขายรถยึด อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีที่ลดลงมาอยู่ที่ 2.3% จะช่วยหนุนการเก็งกำไรกลุ่มการเงิน ในขณะที่คาด P/E ปี 68 อยู่ที่ 10 เท่า
