Official Update :

PTTEP โบรกฯ ชูปันผลสูง 6% ต่อปี ชี้เป็นหุ้นพลังงานเสี่ยงนโยบายรัฐจำกัด

หุ้นพลังงานเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่และการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งมักส่งผลต่อภาพรวมดัชนีไม่มากก็น้อย นอกจากนี้หุ้นพลังงานหลายหลักทรัพย์ยังให้ผลตอบแทนจากปันผลสูง อย่างเช่น PTTEP หรือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่ล่าสุดพึ่งประกาศผลงานปี 2567 และจะจ่ายปันผลในอัตรา 5.125 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ถึง 4%


โดย PTTEP ประกาศงบไตรมาส 4/67 มีกำไรสุทธิ 1.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า และทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 7.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นปีที่ 3


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทเคยประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น ล่าสุด PTTEP ได้ประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ในอัตรา 5.125 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 ก.พ. 2568 และจะจ่ายปันผลในวันที่ 22 เม.ย. 2568 ส่งผลให้ทั้งนี้ปี 2567 บริษัทจะจ่ายปันผลรวมในอัตรา 9.625 บาท


ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า PTTEP ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2567 ที่ 5.125 บาทต่อหุ้น (เป็นไปตามที่ตลาดส่วนใหญ่ประเมินไว้ในช่วง 4.50 –5.50 บาทต่อหุ้น) คิดเป็น Dividend Yield สูง 4.1% ช่วยจำกัด Downside ระยะสั้นให้แก่หุ้นช่วงตลาดหุ้นผันผวน


นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าในปี 2568 บริษัทจะจ่ายปันผลในอัตรา 7.53 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6% ส่วนปี 2569 คาดจะจ่ายปันผลที่ 7.51 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6% เช่นเดียวกัน


ขณะที่ทิศทางไตรมาส 1/68 ฝ่ายวิเคราะห์มองแนวโน้มชะลอตัว เบื้องต้นคาดทำได้ระดับ 1.6 หมื่นล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายจะลดลงจากไตรมาส 4/67 เพราะเข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งปิโตรเลียม G2 ในอ่าวไทย และปริมาณส่งมอบน้ำมันโครงการโอมาน – แอลจีเรียกลับสู่ระดับปกติ ส่วนการลดลงจากไตรมาส 1/67 เป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปี 2568 ที่ 6.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 16% จากปีก่อน ตามทิศทางราคาน้ำมัน (สมมติฐานน้ำมันดิบดูไบที่ 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล เทียบกับปี 2567 ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล) ทั้งนี้ มองเป็นการชะลอตัวจากฐานสูง โดยภาพรวมกำไรยังแข็งแกร่ง และ ROE ยังสูง 11-12% เพราะคาดปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 500-510 kboed ทำสถิติสูงสุดใหม่ และราคาขายก๊าซจะลดลงเพียงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้ประโยชน์จากโครงสร้างสัญญาราคาขายที่มี Lag-time 6-12 เดือน


ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 158 บาท เพราะเป็นหุ้นพลังงานที่ผลประกอบการแข็งแกร่งไว้ใจได้ อีกทั้งฐานะการเงินมั่นคงด้วยสถานะ Net Cash Company ประกอบกับราคาปัจจุบันมี Dividend Yield ปี 2568 สูง 6% ต่อปี นอกจากนี้ยังเป็นหุ้นพลังงานที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากนโยบายแทรกแซงพลังงานจำกัดด้วย