เจาะโอกาสลงทุนหุ้นโรงพยาบาล รับอานิสงส์ไข้หวัดใหญ่ระบาด
ในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ การลงทุนในหุ้น Defensive Stock ซึ่งเป็นหุ้นที่มีความทนทานในทุกสภาพตลาดอาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเฮลแคร์ที่มักอยู่ในลิสต์การลงทุนของนักวิเคราะห์ อีกทั้งช่วงนี้หุ้นโรงพยาบาลน่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากโรคไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาด ซึ่งมีแนวโน้มที่จำนวนผู้ป่วยในปี 2568 จะสูงขึ้นกว่าปีก่อน
โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 17 ก.พ. 68 พบมีผู้ป่วยสะสม 107,570 ราย (เฉลี่ยต่อวัน 2,241 ราย) มีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปี 2567 และคาดการณ์ในปี 2568 จะมีผู้ป่วยสะสม 903,466 ราย โดยการะบาดมักมีสองระลอก คือ ช่วงฤดูหนาว (มกราคม - มีนาคม) และฤดูฝน (มิถุนายน – ตุลาคม) ของทุกปี
โดยข้อมูลกรมควบคุมโรคระบุ จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูง 10 อันดับ ได้แก่ พะเยา, ลำพูน, เชียงราย, เชียงใหม่, ภูเก็ต, ลำปาง, กรุงเทพ, นนทบุรี, อุบลราชธานี และน่าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจังหวัดภาคเหนือ
จากประเด็นดังกล่าวนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลกลุ่ม Secondary care เนื่องจากการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ช่วงต้นปีนี้ (1 ม.ค.- 17 ก.พ. 68) มีผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้น 69% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 63,648 ราย หรือเฉลี่ยต่อวัน 1,326 ราย (ข้อมูลกรมควบคุมโรค)
และคาดว่าทั้งปี 2568 จะมีผู้ป่วยสะสมกว่า 9 แสนราย สูงกว่าปี 2567 ที่มีผู้ป่วยสะสม 668,027 ราย เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าจะช่วยเพิ่มการใช้บริการของลูกค้าชาวไทยในปีนี้ โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโรคในไตรมาส 1/68 และ 3/68
ทั้งนี้ หากพิจารณาจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูง 10 อันดับ กับเครือข่ายโรงพยาบาลที่บล.กรุงศรี ศึกษา ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า BDMS และ BCH มีโอกาสได้ประโยชน์อันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ
ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงยังคงน้ำหนักลงทุน Bullish สำหรับกลุ่มการแพทย์ โดย Theme การลงทุนปีนี้คือ 1) แนวโน้มกำไรรวมกลุ่มฯ ไม่รวม THG คาดโต 10% จากปีก่อน เติบโตในอัตราดีขึ้นจากปี 2567 โดย BCH คาดกำไรปกติ โต 20% จากปีก่อน เติบโตเด่นสุด รองลงมาเป็น BDMS เติบโต 13% จากปีก่อน และ CHG โต 12% จากปีก่อน ส่วน BH คาดโต 3% จากปีก่อน กลับมาเติบโตอัตราปกติ และ 2) Valuation ของกลุ่มฯ (ไม่รวม THG) ซื้อขาย P/E ปี 2568 เฉลี่ย 22 เท่าเทียบเท่า Forward P/E ต่ำกว่า -1.0SD
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่ม คือ คาดประกันแบบ Copayment มีผลกระทบจำกัด และการเพิ่มสิทธิประโยชน์รักษาของภาครัฐ (ตรวจคัดกรองโรค , มะเร็งรักษาทุกที่) รวมถึงการการันตีจ่ายค่ารักษาประกันสังคม RW>2 สำหรับงบฯ ปี 2568 ทำให้รายได้ประกันสังคมปีนี้เติบโตดีขึ้น ตลอดจนการเติบโตของตลาด Medical Tourism โดยเฉพาะ Wellness Retreats
สำหรับหุ้นเด่นยังเลือก BDMS ให้ราคาเป้าหมาย 37.50 บาท สำหรับลงทุนระยะยาว และ BCH ให้ราคาเป้าหมาย 19 บาท เนื่องจากคาดกำไรปี 2568 เติบโตเด่นสุดในกลุ่มโรงพยาบาล

