Official Update :

จับตาหุ้นกลุ่มธนาคาร ใครมีสินเชื่อโตมากสุด

ความกังวลเกี่ยวกับหนี้เสีย (NPL) หรือสถานะการเงินของกลุ่มธนาคารดูเหมือนจะคลี่คลายลง หลังเดือนพ.ย. ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พึ่งไฟเขียวให้สถาบันการเงินสามารถจ่ายปันผลปี 2563 ได้ แต่ต้องไม่เกินกำไร 50% ของกำไรสุทธิปี 2563 และไม่เกินอัตราที่จ่ายในปีก่อนเพื่อรักษาระดับเงินทุน หลังจากพบว่ากลุ่มธนาคารยังมีเงินกองทุนและเงินสำรองเพียงพอรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการระบาดของ Covid-19 ทำให้ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มธนาคารหลายตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว


ประกอบกับล่าสุดตัวเลขสินเชื่อของเดือนพ.ย. 63 ที่ออกมาเติบโตจากเดือนต.ค. 63 ซึ่งมาจากการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงนักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าสินเชื่อในเดือนธ.ค. 63 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ากลุ่มธนาคารกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว และกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพรวมสินเชื่อเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 0.9% จากเดือนก่อนหน้า จากสินเชื่อรายใหญ่และเช่าซื้อเป็นหลัก โดยมี KKP และ TMB เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 4.9% และ 1.1% จากเดือนก่อนหน้าตามลำดับ ขณะเดียวกันยังคาดว่าสินเชื่อจะมีแนวโน้มบวกต่อในเดือน ธ.ค. เพราะเป็นช่วงเร่งลงทุนเบิกจ่ายของภาคเอกชน และมีงาน Motor Expo ในวันที่ 2-13 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลให้สินเชื่อเช่าซื้อเติบโตต่อได้และจะโตได้ดีตามอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนแนวโน้ม NPL จะค่อยๆ เร่งตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังมีการให้ความช่วยเหลือกับลูกหนี้บางส่วนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว



แนะลงทุน “มากกว่าตลาด” เลือก BBL เป็น Top pick ของกลุ่มฯ

ดังนั้นยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร “มากกว่าตลาด” โดยปัจจุบัน Valuation เทรดที่ระดับเพียง 0.65x จากจุดต่ำสุดที่ 0.4x ขณะที่มี upside เพิ่มจากสำรองฯ ที่อาจลดลงได้หากเศรษฐกิจฟื้นกลับมาได้เร็ว แต่มีความเสี่ยงด้าน NPL ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดหากสถานการณ์ Covid-19 แย่ลง ทั้งนี้ ชอบหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่มากกว่าธนาคารขนาดเล็ก เพราะ valuation ที่ถูกกว่า โดยยังคงเลือก BBL เป็น Top pick ของกลุ่มฯ ให้ราคาเป้าหมายที่ 150.00 บาท จาก 1.ความแข็งแกร่งด้านงบดุล, 2. มีความเสี่ยงต่ำและมีความต้านทานต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้ดีจาก coverage ratio ที่สูงที่สุดในกลุ่มที่ระดับ 171% ทำให้มี downside ต่ำจากการสำรองฯ ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นในปีนี้เหมือนธนาคารอื่นๆ และ KBANK ราคาเป้าหมายที่ 130.00 บาท จาก Valuation ที่ยังน่าสนใจ โดยปัจจุบันยังซื้อขายที่ระดับ 0.6x PBV ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่ -2SD ขณะที่มีการตั้งสำรองฯ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีเผื่อไว้ในระดับที่สูงมากแล้ว และหากวัคซีนมา KBANK น่าจะฟื้นตัวได้เร็วที่สุดเพราะมีสัดส่วนสินเชื่อที่อิงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวถึง 20%


บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กลุ่มธนาคารที่ศึกษาได้ส่งรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) ณ สิ้นเดือนพ.ย. 63 พบว่าสินเชื่อสุทธิเติบโตเกือบทุกธนาคาร เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.7% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 4.2% จากต้นปี โดย KKP มีทิศทางการเติบโตของสินเชื่อมากสุดในกลุ่มฯ ราว 4.9% จากความต้องการใช้สินเชื่อในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ช่วงสั้น ซึ่งอาจเห็นการชำระคืนของสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ในส่วนนี้ในระยะถัดไป ในขณะที่กลุ่มลูกค้ารายย่อยขยายตัวจากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเช่าชื้อรถยนต์ ตามการฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์ในประเทศ รวมทั้งแผนการเติบโตในกลุ่มลูกค้าแบรนด์ใหม่อย่าง MG, HONDA, ISUZU และ TOYOTA


ส่วน SCB, KTB, KBANK, TMB(รวม TBANK) บวกเฉลี่ยราว 1.1% จากเดือนก่อนหน้า และ TISCO สินเชื่อเติบโตครั้งแรกในรอบ 10 เดือนราว 0.21% จากกลุ่มลูกค้า SME ที่เบิกใช้สินเชื่อ Floor plan รองรับงาน Motor Expo ในช่วงเดือนธ.ค. 63 ส่วน BBL และ BAY สินเชื่อติดลบเล็กน้อยเฉลี่ยราว 0.7% จากเดือนก่อนหน้า สำหรับแนวโน้มสินเชื่อของกลุ่มธนาคารในเดือนธ.ค. เชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนพ.ย. 63 มากนัก โดยคาดหวังแรงส่งจากการเบิกใช้สินเชื่อในกลุ่ม Working capital ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อรองรับยอดขายช่วงปลายปีตามฤดูกาล


ขณะที่แนวโน้มปี 2564 ยังคงให้น้ำหนักไปที่คุณภาพสินทรัพย์ ช่วงรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเชื่อว่าภาพเศรษฐกิจไทยยังมีโมเมนตัมที่ดี หากควบคุม Covid-19 ได้ภายใน 3 -4 สัปดาห์ ทำให้ความเสี่ยงด้าน Asset Quality จากการระบาดระลอกใหม่ลดลง แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน จึงมองว่าธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาคว่าจะเกิดขึ้น (ECL) สูงในช่วงที่ผ่านมาปลอดภัยกว่า แนะนำลงทุนเท่าตลาด โดย SETBANK ตั้งแต่ต้นปีปรับตัวลง 28% Underperform SETindex ที่ปรับตัวลง 11.3% จากต้นปี จน PBV ซื้อขายกลุ่มฯ อยู่ที่ 0.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 12 ปี เกือบ 2SD ซึ่งเชื่อว่าต่ำเกินไป


ขณะที่มุมมองหลักเชื่อกระแส Fund Flow จากต่างชาติยังไหลเข้าในปี 2564 เป็นบวกต่อแนวโน้มของกลุ่มธนาคาร และชอบธนาคารพาณิชย์ที่มีการตั้ง ECL สูงในช่วงที่ผ่านมา ช่วยรองรับความเสี่ยงระหว่างรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเลือก TISCO ราคาเป้าหมาย 95 เพราะแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้ง Coverage ratio ณ สิ้นไตรมาส 3/63 ที่สูงสุดในกลุ่มราว 196% และแนวโน้ม ROE สูงสุดในกลุ่มฯ ประกอบกับ Div Yield ปี 2563 น่าสนใจราว 4% และปี 2564 คาดไว้ 8% ส่วนธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ แนะนำ KBANK ราคาเป้าหมาย 126 บาท และ BBL ราคาเป้าหมาย 154 สำหรับ KKP และ SCB แม้ Upside เริ่มเปิดกว้าง แต่คุณภาพสินทรัพย์ยังต้องติดตามอีกสักระยะ จึงคงแนะนำ SWITCH


ด้านบล. หยวนต้า ยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคาร “มากกว่าตลาด” เช่นเดียวกับบล.เคทีบี (ประเทศไทย) โดยมองว่ากลุ่มธนาคารมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีในปี 64 หลังผ่านช่วงเร่งตัวของตั้งสำรองไปแล้ว และแนวโน้ม NPL ที่เพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ โดยยังเลือก BBL เป็น Top Pick ของกลุ่ม ราคาเป้าหมาย 151 บาท คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวดีเมื่อเทียบกับธนาคารใหญ่อื่นๆ จาก 1.รวมงบของ Permata เข้ามาเต็มปีเป็นครั้งแรก, 2. ฐานกำไรปี 2563 ที่ต่ำจากการเร่งตั้งสำรองก้อนใหญ่ และบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ Permata ล่วงหน้า และ 3. พอร์ตสินเชื่อมีความเสี่ยงน้อยกว่ากลุ่ม เนื่องจากมีสัดส่วนลูกหนี้ SME และรายย่อยต่ำ


ส่วนธนาคารขนาดกลางและเล็กแนะนำ KKP ราคาเป้าหมาย 60 บาท จากปัจจัยบวก 1. ยอดสินเชื่อเติบโตเด่นสุดในกลุ่มที่ 18.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน, 2. รายได้ค่าธรรมเนียมฝั่งตลาดทุนที่จะปรับตัวดีขึ้น หลัง IPO ดีลใหญ่เลื่อนไปเป็นปี 64 และคาดพอร์ตสินเชื่อยังเติบโตได้ดีสอดคล้องกับยอดขายยานยนต์ในประเทศที่ดีขึ้น และ 3. มีปัจจัยบวกจากการจ่ายเงินปันผลภายใต้ข้อกำหนดของ ธปท. ที่โดดเด่นกว่ากลุ่ม คาด Div. Yield ปี 63 ที่ 6.8%


สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในเดือนพ.ย. ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าเดือนธ.ค. สินเชื่อจะยังเติบโตดีตามการเบิกจ่ายเงินของภาคเอกชนและความต้องการสินเชื่อในกลุ่มรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม นั่นคือการควบคุม Covid-19 หากสามารถควบคุมได้ภายในระยะเวลาไม่นาน หรือมีการประกาศล็อกดาวน์แต่เป็นเพียงระยะสั้นก็คงไม่กระทบกับเศรษฐกิจโดยรวมมากนัก ในทางกลับกันหากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ สถานการณ์อาจแย่ลงและส่งผลกระต่อการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าหนี้ต้องได้รับผลกะทบตามไปด้วยอย่างแน่นอน



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
Updated 12 hours ago
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
Updated 1 day ago
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us