Trump ขึ้นภาษีเท่าเทียมทุกประเทศ ไทยโดนหนัก 36% หวั่นกด GDP ต่ำ 2% ฟาก SET เปิดดิ่ง 10 จุด จับตาแนวรับสำคัญ 1,125 – 1,140 จุด
วันนี้ 3 เมษายน 2568 ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐานที่อัตรา 10% สำหรับทุกประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย. และจะมีการเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตราที่สูงขึ้นกับหลายประเทศเช่น จีน (34%) อินเดีย (26%) สหภาพยุโรป (20%) รวมถึงไทย (36%) ซึ่งอัตราภาษีนำเข้าของประเทศไทยที่สูงกว่าคาดนั้น ทำให้โบรกฯ หลายเจ้าเล็งเห็นถึง downside ของเศรษฐกิจและหุ้นไทย
จากประเด็นดังกล่าวกดดันให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดทำการซื้อขาย ล่าสุดดัชนี SET Index อยู่ที่ 1,161.98 จุด ลดลง 10.71 จุด หรือ -0.91%
ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า การขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้ อาจทำให้ GDP ในปีนี้มีโอกาสแตะระดับต่ำกว่า 2% มากขึ้นซึ่งค่าเฉลี่ยแต่ละสำนักเศรษฐกิจก่อนหน้านี้อยู่ที่ราว 2.9%YOY อย่างไรก็ตามประเมินว่านโยบายดังกล่าวจะมีผลกระทบจำกัดสำหรับ EPS ในปีนี้ที่ราว 0.5 - 1 บาท/ หุ้น และมองแนวรับทางพื้นฐานที่สำคัญของ SET INDEX อยู่บริเวณ 1125 - 1140 จุด
จากประเด็นดังกล่าวกดดันให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดทำการซื้อขาย ล่าสุดดัชนี SET Index อยู่ที่ 1,161.98 จุด ลดลง 10.71 จุด หรือ -0.91%
ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า การขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้ อาจทำให้ GDP ในปีนี้มีโอกาสแตะระดับต่ำกว่า 2% มากขึ้นซึ่งค่าเฉลี่ยแต่ละสำนักเศรษฐกิจก่อนหน้านี้อยู่ที่ราว 2.9%YOY อย่างไรก็ตามประเมินว่านโยบายดังกล่าวจะมีผลกระทบจำกัดสำหรับ EPS ในปีนี้ที่ราว 0.5 - 1 บาท/ หุ้น และมองแนวรับทางพื้นฐานที่สำคัญของ SET INDEX อยู่บริเวณ 1125 - 1140 จุด
ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่าภาษีเท่าเทียมเป็นจิตวิทยาลบระยะสั้นต่อตลาดหุ้นไทยในวันนี้ แต่ผลกระทบน่าจะมีจำกัด เนื่องจาก (1) คาดว่าสหรัฐต้องการให้เปิดการเจรจาต่อรองเพื่อให้ไทยและประเทศขาดดุลเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มขึ้น และ (2) มองความเสี่ยงน่าจะสะท้อนในตลาดมากแล้ว อิงจากหุ้นไทยที่กว่า 16% YTD จึงมองว่านี่น่าจะเป็นมาตรการกีดกันชุดท้ายๆแล้ว ซึ่งทำให้ความผันผวนน่าจะอยู่ในช่วงปลาย
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดหุ้นไทยเปิดดิ่งราว 2-2.5% จากประเด็นภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หุ้นไทยจะมี upside หรือไม่ขึ้นอยู่กับ (1) ความเร็วในการเปิดโต๊ะเจรจา ซึ่งมองว่าไทยน่าจะเจรจาได้ง่ายกว่าเวียดนาม และ จีน (จัดอันดับความเสี่ยงไทยอยู่ชั้นกลางๆ) และ (2) การแก้ปัญหาระหว่างเอกชนต่อเอกชน คือการตกลงราคาสินค้ากันเอง หรือ ช่วยออกค่าภาษีให้บางส่วน เพื่อช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดหุ้นไทย
Most Viewed
Stock of the Day
CPF ปักธงฟู้ดอิสเมดิซีน ส่งยูฟาร์มลุยฟู้ดฟังก์ชัน จับ “Butterbear” เนรมิตวิ่งหมูหมี ลุยตลาดซูเปอร์พรีเมียม หนุนพอร์ตโต
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“อสังหาฯ โลก” โอกาสลงทุนหลัง “ปรับฐาน” ครั้งใหญ่... พร้อมรับอานิสงส์วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ไม่ขัด รธน. โบรกฯ มองปลดล็อก Overhang การเมือง หนุนเสถียรภาพรัฐบาล หุ้นรับเหมาฯ-นิคมฯ เด่น
Updated 1 day ago
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
อนุทิน-SET-FETCO โรดโชว์นิวยอร์ก-ลอนดอน! ดึง 43 กองทุน AUM 48 ล้านล้านดอลลาร์ ลุ้นวัฏจักรลงทุนใหม่-ดันไทยสู่ New Economy
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
