บล.เอเชีย พลัส เปิดกลยุทธ์ ปรับพอร์ตสู้ศึกการค้าโลกเดือด ชูหุ้นพื้นฐานแกร่ง ปันผลแรง-กำไรโต พร้อมคงเป้า SET ปี 68 ที่ 1,424 จุด
บล.เอเชีย พลัส ชี้เป้ากลยุทธ์ลงทุนท่ามกลางความผันผวนสงครามการค้า เชียร์หุ้นต่างประเทศกลุ่ม Domestic-Defensive-Dividend เด่น ส่วนหุ้นไทยแนะนำซื้อหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง กำไรเติบโตดี ปันผลสูง เช่น ANI, SCC, CPALL, BDMS, WHAKCE, CK, AP, SCGP, และ BBL พร้อมประเมินเป้าหมายดัชนีปลายปี 2568 ที่ 1424 จุด
สายงานวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย พลัส จำกัด (ASPS) ในกลุ่มบริษัท เอเชีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASPS เปิดเผยว่าสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีความรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน 1-2 ปีแรก และทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น ส่งผลให้ Fed มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมากกว่า 2 ครั้งในปีนี้ และแม้ในระยะสั้นจะมีสัญญาณที่ดีหลังสหรัฐฯ ผ่อนผันภาษีตอบโต้ 90 วัน สำหรับทุกประเทศยกเว้นจีน แต่ยังต้องเฝ้าระวังอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ Donald Trump ได้มีการขู่ขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม เช่น Pharmaceutical และ Semiconductor
สายงานวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย พลัส จำกัด (ASPS) ในกลุ่มบริษัท เอเชีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASPS เปิดเผยว่าสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีความรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน 1-2 ปีแรก และทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น ส่งผลให้ Fed มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมากกว่า 2 ครั้งในปีนี้ และแม้ในระยะสั้นจะมีสัญญาณที่ดีหลังสหรัฐฯ ผ่อนผันภาษีตอบโต้ 90 วัน สำหรับทุกประเทศยกเว้นจีน แต่ยังต้องเฝ้าระวังอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ Donald Trump ได้มีการขู่ขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม เช่น Pharmaceutical และ Semiconductor
โดยที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการปรับตัวลงอย่างรวดเร็วตามความกังวลของตลาด ทั้งนี้มองว่าเป้าหมายดัชนี S&P500 ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการปรับขึ้นภาษีนำเข้าและความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยใน base case มองว่า เป้าหมาย S&P500 จะอยู่ที่ 4,400 - 4,900 จุด ในปีนี้
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นต่างชาติท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ แนะนำหุ้นกลุ่ม Domestic, Defensive, Dividend ที่พื้นฐานดี เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต เช่น Costco, Walmart, Coca-Cola, Eli Lilly, Netflix, China Mobile, และ Sea Limited
ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่ (1) ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่อาจลุกลามไปนอกเหนือจากภาษีทางด้านการค้า (2) ความเสี่ยงหนี้สาธารณะชนเพดานของสหรัฐฯ และ (3) แผนปรับลดภาษีของสหรัฐฯ
ขณะที่นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเชีย พลัส ประเมินว่า สงครามการค้าและภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว อาจกดดัน GDP ไทยปี 2568 ให้เติบโตต่ำกว่า 2.0% ซึ่งคาดว่าจะเห็นมาตรการประคับประคองทั้งจากภาครัฐฯ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนโยบายการคลังมีโอกาสปรับเพิ่มกรอบวินัยการคลังจากหนี้สาธารณะ 70% ของ GDP ให้สูงขึ้น และนโยบายการเงินอาจเห็น กนง. ปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งเหลือ 1.75% ในการประชุมวันที่ 30 เม.ย. 68
ด้านตลาดหุ้นไทย ในปัจจุบันยังคงมีความน่าสนใจ เนื่องจาก ช่วงที่ผ่านมา ราคาได้ย่อตัวลึกจนมี VALUATION ต่ำเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (คาดการณ์ PBV ปี 68 อยู่ที่ 1.0 เท่า เทียบกับ MSCI WORLD ที่ 2.97 เท่า) ในขณะที่มี dividend yield สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (คาดการณ์ dividend yield ปี 68 ที่ 4.4%) ซึ่งทำให้สามารถคาดหวังผลตอบแทนในระยะกลาง-ยาวได้ โดยประเมินเป้าหมายดัชนีปลายปี 68 อยู่ที่ 1424 จุด ส่วนแนวรับทางพื้นฐานอยู่ที่ระดับ
1026 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นอันดับ 1 ของแต่ละอุตสาหกรรมที่นักวิเคราะห์มองว่าแข็งแกร่งและมีอัตราเงินปันผลกับการเติบโตของกำไรสูง ได้แก่ ANI, SCC, CPALL, BDMS, WHAKCE, CK, AP, SCGP, และ BBL
ด้านกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ภายใต้สภาวะตลาดที่พันผวน แนะนำให้ “Selective Buy” ตามวัตถุประสงค์การลงทุน เช่น ถ้าซื้อเพื่อลงทุนโดยต้องการผลตอบแทน 3.00-4.00% และรับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำทยอยซื้อหุ้นกู้กลุ่มสูงกว่า Investment Grade ที่มีอายุไม่ยาว หรือ หุ้นกู้ประเภท Perpetual Bond ที่บริษัทผู้ออกมีระดับ Credit Rating ตั้งแต่ A- ขึ้นไป แต่ถ้าต้องการซื้อทำกำไรระยะสั้น แนะนำทยอยเก็บตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น LB, ESGLB ในจังหวะที่ตลาดปรับฐาน แล้วรอขายทำกำไรช่วงดอกเบี้ยปรับลง
นอกจากนี้ แนะนำให้ลงทุนหุ้นกู้ต่างประเทศในกลุ่ม Investment Grade ที่น่าสนใจ, กระจายการลงทุนในพันธบัตรประเภทต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรของประเทศที่มีสถานะปลอดภัย เช่น สวิตเซอร์แลนด์ และพันธบัตรจากตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับภาษี, ติดตามผลตอบแทนและปรับพอร์ตตามสถานการณ์, รวมถึงเตรียมตัวรับมือความผันผวน และลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นที่มีความผันผวนน้อยกว่า เพื่อรับมือกับผลกระทบในระยะสั้นสงครามภาษี
สำหรับกองทุน แนะนำกองทุนรวมที่โดดเด่น ได้แก่ UGIS-N, SCBCEH, JPMorgan Global Select Equity ETF และให้ทยอยสะสมกองทุน KFGDIV-A
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นอันดับ 1 ของแต่ละอุตสาหกรรมที่นักวิเคราะห์มองว่าแข็งแกร่งและมีอัตราเงินปันผลกับการเติบโตของกำไรสูง ได้แก่ ANI, SCC, CPALL, BDMS, WHAKCE, CK, AP, SCGP, และ BBL
ด้านกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ภายใต้สภาวะตลาดที่พันผวน แนะนำให้ “Selective Buy” ตามวัตถุประสงค์การลงทุน เช่น ถ้าซื้อเพื่อลงทุนโดยต้องการผลตอบแทน 3.00-4.00% และรับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำทยอยซื้อหุ้นกู้กลุ่มสูงกว่า Investment Grade ที่มีอายุไม่ยาว หรือ หุ้นกู้ประเภท Perpetual Bond ที่บริษัทผู้ออกมีระดับ Credit Rating ตั้งแต่ A- ขึ้นไป แต่ถ้าต้องการซื้อทำกำไรระยะสั้น แนะนำทยอยเก็บตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น LB, ESGLB ในจังหวะที่ตลาดปรับฐาน แล้วรอขายทำกำไรช่วงดอกเบี้ยปรับลง
นอกจากนี้ แนะนำให้ลงทุนหุ้นกู้ต่างประเทศในกลุ่ม Investment Grade ที่น่าสนใจ, กระจายการลงทุนในพันธบัตรประเภทต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรของประเทศที่มีสถานะปลอดภัย เช่น สวิตเซอร์แลนด์ และพันธบัตรจากตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับภาษี, ติดตามผลตอบแทนและปรับพอร์ตตามสถานการณ์, รวมถึงเตรียมตัวรับมือความผันผวน และลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นที่มีความผันผวนน้อยกว่า เพื่อรับมือกับผลกระทบในระยะสั้นสงครามภาษี
สำหรับกองทุน แนะนำกองทุนรวมที่โดดเด่น ได้แก่ UGIS-N, SCBCEH, JPMorgan Global Select Equity ETF และให้ทยอยสะสมกองทุน KFGDIV-A
Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 18 hours ago
Follow Us
News Update
