จับตากนง. หั่นดอกเบี้ย 0.25% กูรูชี้ทั่วโลกลดแล้ว ไทยต้องตาม หลังเศรษฐกิจเสี่ยงเข้าสู่ภาวะซบเซา พิษภาษีสหรัฐฯ ซ้ำ GDP อาจโตไม่ถึง 2%
การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโอกาสรับผลเสียสูง เนื่องจากมีการพึ่งพาการส่งออกเยอะ แถมประเทศที่ไทยมีการเกินดุลการค้าสูงก็คือสหรัฐฯ โดยความเสี่ยงดังกล่าวมีส่วนทำให้นักวิเคราะห์หลายแห่งปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยในปี้นี้ โดยบางแห่งคาดว่า GDP ไทยอาจโตไม่เกิน 2.0% ในปีนี้
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยก็ยังถูกกดดันโดยความกังวลของนักลงทุน ทำให้นับตั้งแต่ต้นปี SET100 ลดลงไปแล้วมากกว่า 18% นี่ทำให้ตลาดหันมาลุ้นกันว่า กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงเพื่อพยุงเศรษฐกิจในการประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศใหญ่ๆ อย่างเช่น EU ได้มีการลดดอกเบี้ยไปก่อนหน้าแล้ว
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยก็ยังถูกกดดันโดยความกังวลของนักลงทุน ทำให้นับตั้งแต่ต้นปี SET100 ลดลงไปแล้วมากกว่า 18% นี่ทำให้ตลาดหันมาลุ้นกันว่า กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงเพื่อพยุงเศรษฐกิจในการประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศใหญ่ๆ อย่างเช่น EU ได้มีการลดดอกเบี้ยไปก่อนหน้าแล้ว
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด มองว่าเมื่อดอกเบี้ยในประเทศอื่นๆ ลดลงแล้ว ประเทศไทยก็ควรจะลดดอกเบี้ยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนนี้ ที่สถานการณ์หลายอย่างกดดันให้ กนง. ต้องลดดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็น (1) ข้อจำกัดของนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากโอกาสที่ตัวเลขหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเกินเพดานหนี้ที่ 70% เมื่อ GDP ไทยชะลอตัวในขณะที่หนี้ภาครัฐยังอยู่ในระดับสูง นั้นมีมากขึ้น
(2) โอกาสที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจซบเซา (technical recession) ในไตรมาส 2-3 เมื่อ GDP ในไตรมาส 2/68 และ 3/68 หดตัวจากไตรมาสก่อนหน้าติดต่อกัน เนื่องจากในไตรมาส 1/68 GDP เติบโตได้ดีเพราะเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวคึกคักที่สุด แต่ในไตรมาส 2/68 สหรัฐฯ มีการประกาศขึ้นภาษี และคาดว่าผลกระทบจะลากยาวไปถึงไตรมาส 3/68
และ (3) อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรือ real interest rate (อัตราดอกเบี้ย หัก เงินเฟ้อพื้นฐาน) ที่ยังไม่เข้าใกล้ระดับศูนย์ (อยู่ที่ราว 1.6%) สะท้อนว่ายังมีพื้นที่ให้สามารถลดดอกเบี้ยได้อยู่ จึงมองว่าจะมีกระแสเรียกร้องให้ กนง. ลดดอกเบี้ยมากขึ้น ทั้งนี้มองว่าในการประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้ กนง. จะมีการลดดอกเบี้ยลง 0.25%
ในทำนองเดียวกันนักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ก็มองว่าการประชุม กนง. ที่กำลังจะถึงนี้ มีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อล่าสุดของไทยยังคงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของ กนง. นอกจากนี้ การแถลงของ ธปท. ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็สะท้อนถึงความกังวลต่อเศรษฐกิจหลังไทยหลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้า 10% ทั้งนี้ มองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นจังหวะในการเก็งกำไรกลุ่ม Yield Play
ด้านธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ คาดว่ากนง.จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมเดือนเมษายนนี้เช่นกัน และคาดว่า หลังจากนั้น จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน และลดดอกเบี้ยอีกครั้งในไตรมาส 3 ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.5% ณ สิ้นปี 2568 สอดคล้องกับการปรับประมาณการเศรษฐกิจของธนาคารลงจากเดิมที่คาดไว้ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2.8% ในปีนี้ เป็น 2.4% อย่างไรก็ตาม มองว่า กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาด เนื่องจาก ธปท. ไม่ได้ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยขาลงอย่างชัดเจน
Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 20 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 21 hours ago
Follow Us
News Update
