Official Update :

EGCO หุ้นโรงไฟฟ้าปันผลสูง คาดปี 68-69 ให้ผลตอบแทน 7% ต่อเนื่อง

หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนอหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่นอกจากจะจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูง 7% ต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์ยกให้เป็นหุ้นพื้นฐานดี มูลค่าไม่แพง นั่นคือ EGCO หรือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องมากว่า 32 ปี 


โดย EGCO จ่ายปันผลเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง และมีนโนบายจ่ายปันผลประมาณ 40% ของกำไรสุทธิงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้ แม้ในปี 2566 ที่ผลประกอบของบริษัทพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 8,384.07 ล้านบาท ก็ยังสามารถจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ต่อเนื่อง


และในปี 2567 ที่ผ่านมา EGCO ประกาศจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 6.50 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาล 3.25 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2567 อีก 3.25 บาทต่อหุ้น


ขณะที่แนวโน้มการจ่ายปันผลในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2568-2570) ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ในปี 2568-2570 EGCO จะรักษาระดับอัตราตอบแทนปันผลที่ราว 7% หรือเงินปันผล 6.5 บาทต่อหุ้น ได้ จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่


1) นโยบายของ EGCO ที่จะรักษาระดับเงินปันผลให้สูงกว่าปีก่อน ซึ่ง EGCO จ่ายปันผล 6.5 บาทต่อหุ้น ในปี 2567, 2) ฝ่ายวิเคราะห์ประเมิน FCF ของ EGCO ในช่วง 2568-2570 ที่ 7 บาทต่อหุ้น, 23 บาทต่อหุ้น และ 23 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ เทียบเป็น FCF yield ที่ 7% , 24% และ 24% ตามลำดับ ซึ่งสนับสนุนว่าคาดการณ์ปันผลของฝ่ายวิเคราะห์นั้น เป็นไปได้


3) ฝ่ายวิเคราะห์เห็น upside ต่อสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 36% เนื่องจากคาดกระแสเงินสดจากการดําเนินงานของ EGCO จะทรงตัวที่ 1.25-1.35 หมื่นล้านบาท ได้ในห้าปีข้างหน้า เทียบกับแผนการลงทุนปี 2568 ที่ 9.8 พันล้านบาท, ปี 2569 ที่ 0.5 พันล้านบาท และปี 2570 ที่ 0.5 พันล้านบาท ซึ่งกระแสเงินสดส่วนเกินจํานวนมากนี้อาจทําให้ EGCO เลือกจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นหากไม่สามารถหาการลงทุนใหม่ได้


ขณะเดียวกันสองปัจจัยที่เคยกดดันราคาหุ้น EGCO ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้รับการแก้ไขแล้ว ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน Quezon กําลังการผลิต 460MW ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่อายุ 10 ปีแล้ว เพื่อทดแทนสัญญาเดิมที่จะหมดอายุในเดือนพ.ค. นี้ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Yunlin กําลังการผลิต 640MW ได้เริ่มดําเนินงานเต็มรูปแล้วแล้วในไตรมาส 1/68 หลังการก่อสร้างล่าช้าและมีการด้อยค่าสินทรัพย์อย่างหนักมากว่าสองปี


อีกทั้งคาดว่า EGCO จะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และนโยบายการปรับลดราคาไฟฟ้าในประเทศในระดับต่ำ เพราะมีสัดส่วนโรงไฟฟ้า SPP คิดเป็นเพียง 6% ของกำลังผลิตเท่านั้น


นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคาดว่าการเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังผลิต 126MW และโซลาร์ฟาร์ม กำลังผลิต 125MW ในสหรัฐฯ จะให้ผลตอบแทน EIRR 11% ในขณะที่ส่วนแบ่งกําไรจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน CDI ในอินโดนีเซีย จะเพิ่มขึ้นจาก 0.2 พันล้านบาท ในปี 2567 เป็น 1 พันล้านบาท ในปี 2572 ตามการเติบโตของธุรกิจ


จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ทำให้บล.ธนชาต ให้คำแนะนํา “ซื้อ” EGCO โดยมองเป็นหุ้นพื้นฐานดี ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 120 บาท ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับลงมาจากช่วงต้นปี 2568 ทำให้มูลค่าพื้นฐานน่าสนใจมาก โดย P/E อยู่ที่เพียง 5 เท่า


Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 11 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 5 hours ago
News Highlight
“Hummix” เปิดตัว AI Low-Code ออกแบบเพื่อธุรกิจไทย เชื่อม “AI-ข้อมูล-ระบบ” สู่การทำงานจริง รองรับองค์กรทุกขนาด
Updated 10 hours ago
Follow Us