Official Update :

STA หุ้นกำไรดี -พีอีต่ำ ธุรกิจกำลังได้แรงหนุนจากปัจจัยรอบด้าน

ปัญหาการระบาดของ COVID-19 ยังเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ล่าสุดสายพันธุ์เดลต้า (Delta) ยังมีการทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษ อีกทั้งยังมีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เดลต้า พลัส (Delta Plus) ที่สามารถหลบภูมิคุ้มกันได้ ทำให้นักวิเคราะห์ต่างประเมินกันว่า มีโอกาสที่อาจกลับมาใช้มาตรการ lockdown อีกครั้งในหลายๆประเทศ


การระบาดของ COVID-19 ถือเป็นแรงกดดันครั้งสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ในแรงกดดันนั้น ยังมีอีกหลายบริษัทที่ได้รับปัจจัยบวก หนึ่งในนั้นย่อมมีชื่อ STA หรือ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง


สำหรับ STA ถือเป็นผู้ดำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายยางธรรมชาติแบบครบวงจร (Full Supply Chain) ในหลากหลายประเทศ เริ่มตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำการทำสวนยางพาราในประเทศไทย ธุรกิจกลางน้ำการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ ทั้งยางแท่ง (TSR) ยางแผ่นรมควัน (RSS) และน้ำยางข้น (Concentrated Latex) รวมถึงธุรกิจปลายน้ำในการผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยาง และสินค้าสำเร็จรูป อาทิ ท่อไฮดรอลิกแรงดันสูง


หากย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน ผลการดำเนินงานไม่ค่อยมีความน่าสนใจเท่าไหร่นัก แต่พอเกิดการระบาดของ COVID-19  ทำให้บริษัทเริ่มเป็นที่จับจ้องของนักลงทุน ตอกย้ำปี 2563 มีกำไรสุทธิสูงถึง 9,531.21  ล้านบาท เทียบกับปี 2562 ที่ขาดทุนสุทธิ 148.54  ล้านบาท และล่าสุดงวดไตรมาสแรกปีนี้ทำกำไรไปแล้วกว่า 5,958.50  ล้านบาท เพียงไตรมาสเดียวกำไรก็เกินครึ่งของทั้งปี 2563 ไปเสียแล้ว


แต่ในแง่ของราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (22 เม.ย.-21 ก.ค.64) ราคาหุ้นปรับตัวลดลงสูงถึง 16.58%  หลังจาก สัญญาณราคาถุงมือยางในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลงอย่างชัดเจนในเดือน มิ.ย.64 สอดคล้องกับจำนวนผู้ได้รับวัคซีนทั่วโลกกว่า ที่เริ่มเร่งตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ล่าสุดสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ย่ำแย่ลง โดยสายพันธุ์เดลต้า (Delta) ยังมีการทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ STA กลับมาอยู่ในความน่าสนใจอีกครั้ง


นอกจากนี้  STA ยังรับอานิสงส์ยอดขายรถและดีมานด์ล้อยางเติบโต หลังตัวเลขยอดขายรถยนต์ล่าสุดของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้รถที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับมีคาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และยางล้อในไทยในไตรมาส 2/2564 จะออกมาโดดเด่น


ดังนั้นส่งผลให้ STA ได้รับอานิสงส์ไปด้วย เพราะผู้ผลิตยางล้อชั้นนำเกือบทุกบริษัทล้วนเป็นลูกค้าของ STA รวมถึงรัฐบาลยังมีนโยบายสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมยางธรรมชาติกำลังเข้าสู่ขาขึ้นอย่างเต็มตัว



ผู้บริหารชี้อุตสาหกรรมยานยนต์หนุนดีมานด์ยางธรรมชาติ

ตอกย้ำมุมมองก่อนหน้านี้ของนายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร STA เปิดเผยว่า บริษัทประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมยางธรรมชาติในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก นำโดยสหรัฐอเมริกา จีน ประเทศในแถบยุโรป ส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพื่อผลิตยางล้อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาเดินทางด้วยรถส่วนตัวเพิ่มขึ้น และความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพื่อผลิตถุงมือยางที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


รวมถึงจะได้รับปัจจัยบวกด้านราคาจากการที่ประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกมีแนวโน้มซัพพลายลดลง จึงทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมยางธรรมชาติเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ยางธรรมชาติทั่วโลกในปี 2564  อยู่ที่ 13.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นกว่า 7% จากปีที่ผ่านมาที่มีความต้องการใช้ประมาณ 12.5 ล้านตันส่งผลให้บริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณการขายยางธรรมชาติในปี 2564 หลังประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2564 แล้ว


โดยล่าสุด บริษัทได้เดินหน้าแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตยางแท่ง (TSR) ที่โรงงาน 3 แห่ง ในจังหวัดบึงกาฬ พิษณุโลกและสกลนคร ใช้งบลงทุนรวม 1,060 ล้านบาท จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 9% หรือประมาณ 180,000 ตันต่อปี จากเดิมที่มีกำลังการผลิตยางแท่ง 1.8 – 1.9 ล้านตันต่อปี



ยานยนต์ฟื้น บาทอ่อนหนุน

ทีมข่าว Wealthy Thai ได้ต่อสายตรงไปยัง นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ประเด็นสายพันธุ์เดลต้า (Delta) ที่ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง และหากมีการระบาดในระดับสูง ดีมานด์ถุงมือยางจะกลับมาเติบโตในระดับสูงอีกครั้ง


โดยเชื่อว่าราคาขายถุงมือยางน่าจะยืนได้ในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นผลบวกกับธุรกิจถุงมือยางของบริษัท แต่ปัจจุบันมีปัญหาในเรื่องของตู้คอนเทนเนอร์ที่ขาดแคลน เป็นเหตุทำให้การส่งออกยังมีความท้าทาย แต่บริษัทมีความพยายามที่จะส่งออกในเยอะที่สุด โดยดีมานด์ยังมีอยู่ แต่ยังมีอุปสรรคเรื่องการส่งออกอยู่บ้าง


อย่างไรก็ตามแนวโน้มครึ่งปีหลัง 64 และไตรมาส 3 วอลุ่มน่าจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจาก  มีการขยายกำลังการผลิตใหม่สำหรับธุรกิจถุงมือยาง ส่วนภาพรวมธุรกิจยางพาราในปี 2564 คาดว่าจะเติบโตได้ดี เพราะว่าดีมานด์ยางล้อรถยนต์ที่เติบโต รวมทั้งค่าเงินที่อ่อนค่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ถือเป็นผลบวกต่อ STA เพราะว่า มีการส่งออกกว่า 80% ถือว่าได้ผลบวก ขณะที่ประสิทธิภาพการทำกำไร เรื่องการแข่งขันก็ดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นประเมินกำไรสุทธิปี 2564  อยู่ที่ 16,762 ล้านบาท จะเพิ่มขึ้นถึง 75.9% จากปีก่อน จึงยังแนะนำซื้อ กำหนด Fair Value ปี 2564 เท่ากับ 47 บาท


ขณะที่ภาพรวมไตรมาส 2/64 คาดการณ์กำไรสุทธิเท่ากับ 4.6 พันล้านบาท ลดลง 22.6% จากไตรมาสแรก แต่เพิ่มขึ้นถึง 321.7%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยกดดันจากธุรกิจถุงมือยางอ่อนตัวลง สาเหตุหลักจากแนวโน้มราคาขายถุงมือยางเฉลี่ยงวดไตรมาส 2/64 ปรับลดลง 15.0%จากไตรมาสแรก แต่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 197.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  เพราะว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาราคาถุงมือยางปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างแรง แต่ในไตรมาส 2/64 สถานการณ์ต่างประเทศเริ่มมีสัญญาณ COVID-19 ที่ดีขึ้น และผู้ประกอบการหลายรายขยายกำลังการผลิตทำให้ราคาอ่อนตัวลง เป็นเหตุให้ธุรกิจถุงมือยางอ่อนตัวลงจากไตรมาสแรก และยังเติบโตสูงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน


ส่วนธุรกิจยางพาราคาดจะฟื้นตัวจากงวดไตรมาส 1/64 จากแนวโน้มปริมาณขายยางพาราปรับ เพิ่มขึ้น 4.2% จากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 42.0%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  มาที่ 3.4 แสนตัน เนื่องจากลูกค้ามีการสั่งซื้อมากขึ้น เศรษฐกิจต่างประเทศมีการฟื้นตัว และยอดขายรถยนต์ดีขึ้น ทำให้ความต้องการล้อยางดีขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังได้ผลบวกจาก แนวโน้มราคาขายยางพาราเฉลี่ยงวดไตรมาส 2/64 ปรับเพิ่มขึ้นด้วย อานิสงส์จากการขาย ยางพาราล่วงหน้าราว 2 เดือน ซึ่งเป็นทิศทางราคายางที่อยู่ในช่วงขาขึ้น


ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/64 ที่ 4,881 ล้านบาท ลดลง 25.5%จากไตรมาสแรก แต่เพิ่มขึ้น 442.5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยที่ลดลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากธุรกิจถุงมือยางที่ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงงาน แต่กำไรยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนธุรกิจยางธรรมชาติดีขึ้นต่อเนื่องทั้งในด้านปริมาณขาย และราคาขายเฉลี่ย จากอุปสงค์ตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น ดังนั้นคาดปันผลจ่ายไตรมาส 2/64 ที่ 0.90 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 2.3%


โดยยังคงมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานในระยะยาวของ STA คาดไตรมาส 3/64 ผลประกอบการจะกลับมาเติบโตจากไตรมาส 2 และโตสูงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากโรงงานถุงมือยางที่กลับมาผลิตได้ตามปกติ, ธุรกิจยางธรรมชาติที่ดีต่อและอานิสงส์จากค่าเงินบาทเทียบ USD ที่อ่อนค่า ซึ่งปัจจุบันซื้อขายที่ PER64 และ PER65 ที่ต่ำเพียง 3.0 เท่า และ 4.5 เท่า เท่านั้น คงราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 61.00 บาท และคงคำแนะนำ ซื้อ



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
Jackson Hole สะเทือนตลาด กดทองคำ-เงิน-Bitcoin ร่วงระนาว ผวาสภาพคล่องตึงตัว โบรกฯ มองแค่พักฐาน ระยะยาวยังมี Upside
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 13 hours ago
Follow Us