13 หุ้นกำไรโต-มูลค่าไม่แพง รับประโยชน์งบกระตุ้นเศรษฐกิจ
หลังจากโครงการ Digital Wallet ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับแผนการใช้งบประมาณกว่า 1.15 แสนล้านบาท ไปสู่โครงการอื่นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแทน โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ ซึ่งครอบคลุมทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยว การสนับสนุนภาคส่งออก และเศรษฐกิจชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการจ้างงานและผลักดันการเติบโตของ GDP
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า รัฐบาลกลับมาเร่งประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากเว้นช่วงตลอดไตรมาส 2/68 โดยเป็นการปรับงบที่กันไว้ทำโครงการ Digital Wallet มาเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นระยะยาว ที่คาดหวังว่าจะกระจายได้ทุกภาคส่วน วงเงินรวม 1.15 แสนล้านบาท
โดยแบ่งเป็น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 85,000 ล้านบาท, การท่องเที่ยว 10,053 ล้านบาท, การส่งออก เพิ่มผลิตภาพ และดิจิทัล 11,122 ล้านบาท และกระจายไปยังเศรษฐกิจชุมชน 9,201 ล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดหวังการจ้างงาน 7.4 ล้านคน และกระตุ้น GDP ได้ 0.4% ซึ่งยังต้องติดตามความโปร่งใส และความเร็วในการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงเสถียรภาพของรัฐบาลหลังจากนี้ หากมีกระบวนการเบิกจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่างบลงทุนภาครัฐจะเป็นปัจจัยที่ช่วยจำกัด Downside ให้กับ GDP ไทยได้
ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกต่อมาตรการที่ออกมา เพราะเป็นการช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจจริง และมีโอกาสช่วยหนุนสภาพคล่องให้ตลาดการเงินที่กำลังเหือดแห้ง จึงมองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่ม Domestic Play ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์โดยตรงจากมาตรการชุดนี้ ทั้งค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค รับเหมา ก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และท่องเที่ยว
ซึ่งหุ้นที่ผลประกอบการยังเติบโตดี, Valuation ไม่แพง และราคาหุ้นอยู่ในโซนด้านล่าง เช่น SCC, TASCO, CK, STECON, CPALL, CPAXT, HMPRO, BJC, OSP, SYNEX, CENTEL, AAV, BA เป็นต้น
สำหรับ SCC ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 7,414 ล้านบาท โต 16.90% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 180 บาท
ส่วน TASCO คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 1,726 ล้านบาท โต 21.81% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18 บาท
CK คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 1,740 ล้านบาท โต 20.30% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20 บาท
STECON คาดปี 2568 พลิกเป็นกำไร 796 ล้านบาท จากขาดทุนในปีก่อน คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 7.80 บาท
CPALL คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 26,624 ล้านบาท โต 5% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 65 บาท
CPAXT คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 12,325 ล้านบาท โต 12% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 32 บาท
HMPRO คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 6,591 ล้านบาท โต 1% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 10.30 บาท
BJC คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 4,970 ล้านบาท โต 8% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 27 บาท
OSP คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 3,195 ล้านบาท โต 95% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 20 บาท
SYNEX คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 685 ล้านบาท โต 23% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 14.20 บาท
CENTEL คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 1,925 ล้านบาท โต 9% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 34 บาท
AAV คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 3,704 ล้านบาท โต 6.50% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 1.90 บาท
สุดท้าย BA คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 4,016 ล้านบาท โต 5% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 22 บาท

