ลิสซิ่งเจ้าไหนกระทบมากสุด หลังภาครัฐสั่งลดค่าทวงหนี้
ประเด็นข่าวที่ปรากฎในหน้าหนังสือพิมระบุถึงเรื่อง ร่างประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ เรื่องการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆในการทวงถามหนี้ ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ได้มีการลงนามในประกาศนี้แล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไป จะนำเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อลงหนังสือราชกิจจานุเบกษา และจะประกาศใช้ภายในเดือนสิงหาคม 2564 เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติหรือบังคับใช้ภายใน 90 วัน หรือประมาณเดือนพฤศจิกายนของปีนี้
โดยอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้ ตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้ กำหนดให้บรรดาลิสซิ่งหรือบริษัทเช่าซื้อรถยนต์ เรียกเก็บค่าทวงถามหนี้ที่ค้างชำระ 1 งวด ได้ไม่เกิน 50 บาท ค้างชำระ 2 งวดขึ้นไป ไม่เกิน 100 บาท และค่าติดตามจากการลงพื้นที่ 400 บาท เป็นต้น ซึ่งมีเหตุผลหนึ่งมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับการร้องเรียนค่าทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม จากการจัดเก็บที่สูงเกินไป
ทั้งนี้ประเด็นข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบไปยังกลุ่มหุ้นลิสซิ่งสินเชื่อเช่าซื้ออย่างบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ซึ่งส่วนใหญ่มีการจัดเก็บค่าฟีจากส่วนนี้ ซึ่งจะต่างกับลิสซิ่งในกลุ่มธนาคารที่ส่วนใหญ่จะมีการเก็บค่าฟีในส่วนอื่นๆได้อีกซึ่งจะได้รับผลกระทบแบบจำกัดและไม่มาก
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าถือเป็น Sentiment ด้านลบ หากนำมาใช้ปฏิบัติจริง แต่ในแง่ภาพรวมกระทบไม่มาก กรณีธนาคารพาณิชย์เป็นสัดส่วนรายได้เพียงเล็กน้อย เทียบกับรายได้หลักรวมที่เป็นรายได้ดอกเบี้ย และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย แต่หากเป็นไฟแนนซ์ จะเป็นสัดส่วนรายได้ที่ไม่เกิน 5%
โดยซึ่งปัจจุบันมีการเยียวยาช่วยเหลือลูกค้าอยู่แล้ว เช่น ค้างค่างวดครั้งแรกไม่เก็บ หรือลดค่าเก็บลง แม้จะถูกสั่งให้จัดเก็บลดลง จึงคาดว่าจะมีผลกระทบที่จำกัด และอาจจะใช้วิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น MTC ปัจจุบันเก็บแต่แค่ค่าทวงถาม ไม่ได้เก็บค่าลงพื้นที่ หากต้องถูกลดจริงๆ ก็จะเริ่มเก็บค่าลงพื้นที่มาชดเชยได้ ขณะที่ TIDLOR อาจจะกระทบมากกว่า เพราะปัจจุบันเก็บทั้งค่าทวงถาม และค่าลงพื้นที่ แต่ก็ยังเป็นสัดส่วนรายได้ที่ไม่มาก
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าประเด็นนี้จะกระทบไปยังธุรกิจจำนำทะเบียนรถ ซึ่งกลุ่มบริษัทลิสซิ่งจะได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มธนาคาร เพราะว่ากลุ่มธนาคารจะมีช่องทางการเก็บค่าธรรมเนียมอื่นมากกว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นสัญญาการเก็บแบบนี้จำนำทะเบียนจะกระทบมากที่สุดคือ SAWAD
MTC เก็บค่าทวงหนี้ต่ำกว่าเกณฑ์
นาย ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร MTC เปิดกับ Wealthy Thai ว่า สินเชื่อทะเบียนยังไม่ครอบคลุมถึงสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งบริษัทมีการเรียกเก็บอยู่ในเกณฑ์อยู่แล้ว และมีเฉพาะในส่วนของมอเตอร์ไซค์ รายละ 100 บาทต่อใบเสร็จ โดยอัตราเก็บเดิมค่าทวงถามอยู่ที่ 99 บาท ซึ่งเก็บเท่ากันทุกงวดที่ค้างจ่าย ส่วนอัตราค่าลงพื้นที่บริษัทมีการเรียกเก็บตามจริงและไม่เกิน 400 บาท
