Official Update :

BAM ผนึก BKA–UOB รีโนเวททรัพย์รอขาย หวังปล่อยทรัพย์ 100 หลัง มูลค่า 1,000 ลบ. ต่อยอดโมเดล New Asset Ecosystem

BAM จับมือ BKA และ UOB เดินหน้าฟื้นฟูทรัพย์ NPA สร้างมูลค่าใหม่สู่ตลาด ต่อยอดโมเดล New Asset Ecosystem เชื่อมโยงผู้ถือทรัพย์ – ผู้พัฒนา – สถาบันการเงิน เผยระยะแรกรีโนเวท 5-10 หลัง มูลค่า 200-300 ล้านบาท หวังขยายเพิ่มเป็น 50-100 หลัง มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท ด้าน UOB คาดปล่อยสินเชื่อราว 1,000 ล้านบาท พร้อมชูดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี


ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (BKA) และ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) (UOB) เพื่อพลิกทรัพย์ร้างเป็นทรัพย์สร้างกำไร ให้สามารถกลับเข้าสู่ตลาดในรูปแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อจริง โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดระดับกลางถึงบน


โดยความร่วมมือครั้งนี้ BKA ในฐานะ Developer จะเข้ามาบริหารและพัฒนาทรัพย์ให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยเน้นกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับราคา 5-10 ล้านบาท ขึ้นไป ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดเมืองขยายและเขตชานเมือง ในระยะเริ่มต้นบริษัทจะปล่อยทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ให้ BKA รีโรเวทก่อนจำนวน 5-10 หลัง คิดเป็นมูลค่าราว 200-300 ล้านบาท และในระยะถัดไปคาดจะปล่อยทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 50-100 หลัง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 500-1,000 ล้านบาท


ปัจจุบันบริษัทมี NPA กว่า 24,000 ชิ้น คิดเป็นราคาประเมินกว่า 72,000 ล้านบาท โดยความร่วมมือครั้งนี้คาดหวังว่าจะช่วยลดระยะเวลาการถือครองสินทรัพย์เหลือประมาณ 4 ปี จากเดิมที่เฉลี่ย 8 ปี ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าผลเรียกเก็บในปี 2568 จะทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ 17,800 ล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกทำได้เกินคาดหมาย


“นี่คือก้าวสำคัญในการ Re-Activate ทรัพย์ที่หลับใหล ให้กลายเป็นโอกาสที่จับต้องได้” โดย BAM มุ่งมั่นผลักดันให้ทรัพย์ NPA ไม่ใช่เพียง ‘ภาระ’ แต่กลายเป็น ‘ต้นทุนแห่งโอกาส’ ที่นักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถใช้ต่อยอดได้จริง ซึ่งเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่าง BAM, BKA และ UOB จะช่วยจุดประกายความเป็นไปได้ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งโครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ New Asset Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้ถือทรัพย์ – ผู้พัฒนา – สถาบันการเงิน เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยเปลี่ยนทรัพย์ที่เคยถูกทิ้งร้าง ให้กลับมามีชีวิต สร้างมูลค่า และหมุนเวียนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ“ ดร.รักษ์


นายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA กล่าวว่า การจับมือกับ BAM และ UOB ครั้งนี้ ทำให้เกิดโมเดลใหม่ที่ครบวงจร จากความแข็งแกร่งของ BAM ในฐานะผู้ที่มีทรัพย์ NPA คุณภาพหลากหลายรอการพัฒนา UOB ทีมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสินเชื่ออย่างครบวงจร และ BKA ของเราทำหน้าที่เป็น "แกนกลาง" ในการเชื่อมต่อ “ทรัพย์ – การพัฒนา – การเงิน” เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ และคาดหวังว่าในอนาคตเราจะสามารถขยายพอร์ตได้เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ


สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นแตะระดับ 30% จากเดิมอยู่ที่ 20% เนื่องจากลดขั้นตอนการดำเนินการลง จะช่วยหนุนให้ผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2568 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้บริษัทคาดว่าการรีโนเวทบ้านจะเพิ่มขึ้นเป็น 400-500 หลังต่อปี จากเดิมที่ 200-300 หลังต่อปี อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2568 จะเติบโต 15-20 จากปีก่อน


ด้านนายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า บ้านในทำเลดี คุณภาพได้ ราคาไม่ไกลเกินฝัน คือสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาในยุคนี้ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์นั้นอย่างเป็นรูปธรรม บ้านมือสองที่ผ่านการรีโนเวทโดยมืออาชีพภายใต้มาตรฐานที่ธนาคารเชื่อมั่น ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น พร้อมความมั่นใจในคุณภาพของบ้านที่พร้อมอยู่อาศัยจริง


ทั้งนี้ ยูโอบีได้ออกแบบข้อเสนอสินเชื่อพิเศษ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี และฟรีค่าประเมินหลักประกัน เพื่อให้ลูกค้ามีภาระผ่อนที่คาดการณ์ได้ และสามารถตัดสินใจเป็นเจ้าของบ้านได้ในเวลาที่ใช่ โดยเชื่อว่าการปลดล็อกศักยภาพของบ้านมือสอง คืออีกหนึ่งคำตอบสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในวันนี้ พร้อมยูโอบีคาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อจากความร่วมมือครั้งนี้ได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท