เปิดลิสต์ 5 หุ้นเด่น เหมาะ DCA ประจำเดือนกันยายน
การลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) ถือเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมที่นักลงทุนใช้สร้างผลตอบแทนระยะยาว ด้วยการทยอยลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการทำ DCA ให้ได้ผลจริง คือ การเลือกหุ้นที่ใช่
วันนี้ Wealthy Thai จะชวนแฟนเพจมาดูวิธีคัดหุ้นเด่นจากมุมมองของนักวิเคราะห์ พร้อมจำลองผลลัพธ์หากลงทุนแบบ DCA ต่อเนื่อง 5 ปี เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่อยากออมเงินในหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
โดย 5 หุ้นที่หยิบยกขึ้นมาในครั้งนี้ ประกอบด้วย ADVANC, BDMS, CPALL, CPNREIT และ PTT ซึ่งอยู่ภายใต้มุมมองและคำแนะนำของนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยจะให้คำแนะนำทุก 1 เดือน และเกณฑ์การคัดเลือก คือ หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีสภาพคล่อง และกระจายความเสี่ยงในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเป็นการจัดพอร์ตแบบผสมผสานระหว่าง หุ้นปันผล (Dividend) กับหุ้นเติบโต (Growth) และกระจายการลงทุนเท่ากันในแต่ละหุ้น เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการออมในหุ้น
ส่องปัจจัยพื้นฐานและความน่าสนใจ
สำหรับหุ้นตัวแรกคือ ADVANC ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติในช่วงครึ่งหลังปี 2568 จะเร่งตัวขึ้นจากครึ่งปีแรก แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังอ่อนแรง แต่รายได้รวมยังมีโอกาสเติบโตจากการปรับเพิ่ม ARPU ขณะเดียวกันบริษัทจะได้รับผลบวกจากต้นทุนคลื่น 2100MHz ที่ลดลงปีละ 2.9 พันล้านบาท หลังการประมูล ซึ่งจะเริ่มสะท้อนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 คิดเป็นประโยชน์ราว 1.2 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งหลังปี 2568
ถัดมา BDMS ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติไตรมาส 3/68 จะเติบโตได้ทั้งจากไตรมาส 3/67 และ 2/68 จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ ประกอบกับรายได้ที่ฟื้นตัวเร่งขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะที่ในเชิง Valuation ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2568 ราว 21.0 เท่า ใกล้เคียงระดับ -2.0SD
ส่วน CPALL ประเมินว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็นยังมีแนวโน้มกำไรเติบโตได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจาก Product Mix ที่ให้อัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง ขณะที่ยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 3/68 คาดติดลบน้อยลง หรืออย่างน้อยทรงตัวได้เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/67 อีกทั้งยังมีความน่าสนใจในเชิง Valuation โดยราคาหุ้น ณ ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2568 ราว 15.0 เท่า
ขณะที่ CPNREIT ฝ่ายวิเคราะห์มองหุ้นกลุ่ม REIT & IFF ได้แรงหนุนจากการที่ กนง.ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 1.50% ซึ่งเป็นบวกต่อ Yield Play โดย CPNREIT มี Market Cap ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ให้ Dividend Yield ราว 9% ต่อปี ขณะที่ Catalyst ระยะกลางยังมาจากแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดและกนง. ในช่วงที่เหลือของปี 2568 ซึ่งจะช่วยหนุนการลงทุนในกลุ่มต่อเนื่อง
ด้าน PTT ฝ่ายวิเคราะห์มองแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/68 คาดว่าจะได้แรงหนุนจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของ Lotus Pharmaceutical ราว 9.0 พันล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะการลงทุนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม ขณะที่ในเชิง Valuation ราคาหุ้นไม่ได้แพง ซื้อขายที่ PER ปี 2568 ราว 9.9 เท่า และให้ Dividend Yield ราว 6% ต่อปี
ทดลอง DCA ด้วยเงิน 2,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี
จากข้อมูลข้างต้น Wealthy Thai ได้ทดลอง DCA ในหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำทั้ง 5 บริษัท โดยใช้เงินซื้อหุ้นทุกตัวเดือนละ 2,000 บาท ติดต่อกันทุกเดือนเป็นระยะเวลา 5 ปีกว่า (นับตั้งแต่ 1 ม.ค. 63 - 1 ก.ย. 68) พบว่า ADVANC เป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุดในพอร์ต ทั้งด้านกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) ที่ 55,417.50 บาท และผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล 19,082.27 บาท
รองลงมาเป็น PTT แม้จะขาดทุนจากส่วนต่างราคาที่ 12,686 ล้านบาท แต่ยังมีเงินปันผลเข้ามาช่วยชดเชยที่ 19,069.30 ล้านบาท ในขณะที่หุ้นตัวอื่นๆ Capital Gain ติดลบ แม้จะมีเงินปันผลแต่ยังไม่สามารถหักลบกับส่วนที่ขาดทุนได้

