SPALI อีกหนึ่งหุ้นอสังหาฯ ปันผลดี จับตาปี 68 ผลตอบแทนสูง 6%

สัปดาห์ก่อน Wealthy Thai ได้นำเสนอหุ้นอสังหาฯ อย่าง SIRI ที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงไปแล้ว วันนี้เราขอต่อเนื่องด้วยอีกหนึ่งหุ้นอสังหาฯ ที่จ่ายปันผลดีเช่นเดียวกัน และผลประกอบการกำลังจะผ่านจุดต่ำสุด นั่นคือ SPALI หรือ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)


SPALI เป็นหุ้นอสังหาฯ ที่นักลงทุนสายปันผลน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 35% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีของงบการเงินเฉพาะของบริษัท ซึ่งในงวดผลประกอบการปี 2565-2567 บริษัทจ่ายปันผลในอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 1.45 บาทต่อหุ้น 1.45 บาทต่อหุ้น และ 1.45 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ


ล่าสุด SPALI ได้ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล (1 ม.ค.-30 มิ.ย. 68 ) ในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น และจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิไปแล้วในวันที่ 12 ก.ย. 68


ส่วนเงินปันผลงวดผลประกอบการปี 2568 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า SPALI จะในอัตรา 0.60 – 0.70 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ราว 3-4% ส่วนปี 2569 คาดการณ์ว่าบริษัทจะจ่ายปันผลในอัตรา 1.23 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.8%


ขณะเดียวกันแนวโน้มผลประกอบการคาดจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดในไตรมาส 3/68 ก่อนจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยในไตรมาส 4/68 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรปกติไตรมาส 3/68 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าอย่าง ต่อเนื่องแต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากฐานที่สูง และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นจากยอดโอนโครงการแนวสูงที่มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าคาด


อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวลง ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอลง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากต้นปี (-15%) ตลาดให้ความหวังกับมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาลคุณอนุทิน ประกอบกับมาตรการผ่อนคลายทางการเงินจากการประชุม กนง. วันที่ 8 ต.ค. โดยตลาดให้น้ำหนักการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 25 bps. ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและลดภาระทางการเงินของผู้บริโภค


โดยในไตรมาส 4/68 บริษัทมีเปิดตัวโครงการแนวสูงใหม่เพียง 1 แห่ง ได้แก่ Supalai Premier ตากสิน-วงเวียนใหญ่ เปิดจอง 18-19 ต.ค. 68 ในไตรมาส 4/68 และยอดจองมีแนวโน้มค่อนข้างดีจากราคาต่อตารางเมตรที่ได้เปรียบคู่แข่ง ขณะที่ Backlog ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 68 มีทั้งหมด 1.3 หมื่นล้านบาท และสินค้าคงเหลือพร้อมขายอีกราว 1.7 หมื่นล้านบาท


สำหรับกำไรทั้งปี 2568 คาดการณ์ที่ 5,696 ล้านบาท และปี 2569 อยู่ที่ 6,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.55% จากปีก่อนหน้า โดยปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ ด้วยราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 21.80 บาท และแนะนำให้เข้าเก็บสะสมในจังหวะที่ราคามีการย่อตัวจากแรงขายทำไรในระยะสั้น