มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน! 5 แนวคิด “ลงทุนเปลี่ยนชีวิต” ฉบับ CK Cheong
ก่อนหน้านี้ Wealthy Thai ได้รวบรวม "วาทะเด็ดลงทุน ฉบับ CK Cheong" มาฝากแฟนเพจไปแล้ว วันนี้จึงอยากนำเสนอหัวข้อที่น่าสนใจอีกหนึ่งหัวข้อจากคุณ CK Cheong ซึ่งเชื่อว่าน่าจะโดนใจคนทำงานหลายคน จากงาน ลงทุนแมน SUMMIT 2025 นั่นก็คือ
"Salary Investor Mindset: Transform Salaryman to Billionaire (มนุษย์เงินเดือนต้องมีแนวคิดการลงทุนอย่างไร?)"
ในบทความนี้ เราได้สรุป 5 มุมมองสำคัญที่พนักงานเงินเดือนควรมีในการลงทุนเพื่อให้บรรลุความมั่งคั่ง ดังนี้
1.เลือกงานที่ให้โอกาสพัฒนาตัวเองมากที่สุด แทนงานที่ให้เงินเดือนเยอะที่สุด
เวลาเลือกงาน คนส่วนใหญ่มักจะมองที่ “เงินเดือน” เป็นหลัก แต่คุณ CK เน้นว่า สิ่งที่สำคัญกว่าเงิน คือ โอกาสที่จะได้ความรู้, ได้เติบโต และได้สะสมประสบการณ์ ซึ่งจะทำให้คุณเก่งขึ้น
เพราะถ้าคุณเลือกงานที่เงินเดือนสูงแต่ไม่ได้ช่วยเพิ่มทักษะหรือโอกาสในอนาคต สุดท้ายคุณอาจติดอยู่ในกับดักรายได้คงที่
ในทางกลับกัน งานที่ทำให้คุณเก่งขึ้น จะช่วยเปิดทางอีกมากมายในอนาคต ซึ่งจะนำทั้งความก้าวหน้าและรายได้ที่สูงกว่ามาให้คุณ
ทั้งนี้ คุณ CK ยกตัวอย่างว่า บริษัท Fastwork ให้หุ้นพนักงานทุกคน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของบริษัท และเรียนรู้ที่จะมีวิสัยทัศน์และแรงจูงใจร่วมกับบริษัท
ดังนั้น คำถามที่ถูกต้องสำหรับมนุษย์เงินเดือนในการเริ่มมองหางาน ไม่ใช่ “ฉันจะได้เงินเดือนเท่าไหร่?” แต่คือ “งานแบบไหนที่จะทำให้ฉันเก่งขึ้น?”
2.ทำงานหนักให้ถูกจุด
หลายคนเชื่อว่า “ถ้าทำงานหนักแล้วจะรวย” แต่คุณ CK ชี้ว่านั่นไม่ใช่ทางลัดสู่ความสำเร็จ เพราะการเสียเวลาไปกับงานที่ไม่มีผลเชิงกลยุทธ์ หรือไม่มีโอกาสยกระดับตัวเอง อาจทำให้คุณจมอยู่กับ งานที่ยุ่ง มากกว่างานที่สร้างมูลค่าจริง
ในทางกลับกัน คุณควรทำงานหนักให้ถูกจุด โดยใช้เวลากับสิ่งที่ช่วยสร้าง Value ให้งานของคุณ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นนักวาดรูป การทุ่มเทเวลาทั้งวันในการวาดรูป อาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนดีเท่าการแบ่งเวลา 50% มาทำคอนเทนต์บอกเล่ากระบวนการทำงาน ซึ่งนั่นอาจทำให้คุณมีชื่อเสียง, ขายงานได้ง่ายขึ้น และเพิ่มมูลค่างานที่ขายได้ นั่นคือการขยายธุรกิจของคุณให้ก้าวกระโดด
และถ้าเป็นงานในองค์กร ก็ให้มองหาจุดที่ “ถ้าผลลัพธ์ดี จะส่งผลต่อบริษัท” แล้วทุ่มความตั้งใจตรงนั้น
3.มีวินัยแบบ 2 Level
คุณ CK แยกวินัยการเงินเป็น 2 ระดับ
Level 1: การแบ่งเงินออมมาลงทุนสม่ำเสมอ คือการควบคุมค่าใช้จ่ายให้สามารถเหลือไว้ออมและลงทุนได้ทุกเดือน
Level 2: การคงวิถีชีวิต (Lifestyle) แบบเดิมไว้เมื่อมีเงินก้อนแรก เพราะเมื่อคุณมีเงินออมก้อนแรก คุณอาจถูกลองใจให้รีบยกระดับชีวิตให้สูงขึ้นตามรายได้ทันที
แต่ถ้าคุณสามารถอดทนอยู่อย่างเรียบง่ายอีก 5–6 ปี และนำเงินก้อนนั้นไปลงทุน คุณจะเข้าสู่จุดที่ Passive Income มีพลังที่สุด
ซึ่งคุณ CK กล่าวว่า “ใน 1,000 คน จะมีแค่ 1 คนที่มีวินัย Level 2 จริง ๆ”
4.ลงทุนโดยดู Risk-Free Rate เป็นตัวตั้ง
“Risk-Free Rate” หรือ อัตราผลตอบแทนที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งในโลกการเงิน สินทรัพย์ที่ถือว่าเกือบปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ CK คือ ตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ (U.S. Government Debt / U.S. Treasury Bonds)
ซึ่งในปัจจุบันให้ดอกเบี้ยประมาณ 4.25% ต่อปี
ตัวเลขนี้ควรเป็น มาตรฐานผลตอบแทนขั้นต่ำ ที่คุณควรได้รับ เพราะการลงทุนอื่น ๆ มีความเสี่ยงมากกว่า
ในมุมมองของคุณ CK การฝากเงินทั้งหมดในธนาคารไม่คุ้มค่า เนื่องจากธนาคารมีความเสี่ยงที่จะล่มมากกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ แต่กลับให้ดอกเบี้ยน้อยกว่า
เช่นเดียวกัน ถ้าธุรกิจหรืออสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 4.25% ก็ไม่น่าสนใจ เพราะมันมีความเสี่ยงกว่าเยอะมาก
5.ยอมรับความเสี่ยง
ทุกอย่างในโลกที่ให้ผลตอบแทนดี ย่อมมีความเสี่ยง ถ้าคุณต้องการให้เงินโตเป็น 10 เท่าหรือ 100 เท่า ก็ต้องรับความเสี่ยงเพิ่ม
โดยคุณ CK แนะนำว่า S&P 500 แม้จะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้นไทย ก็ยังถือว่าเป็นทางเลือก “ปลอดภัยปานกลาง” ไม่ใช่ทางลัดรวย
ถ้าอยากรวย (เช่น มีเงิน 10 ล้าน แล้วอยากไปให้ถึง 100 ล้าน) อาจต้องลงทุนในหุ้นนวัตกรรม เช่น Tesla, NVIDIA ฯลฯ ซึ่งมีความผันผวนสูง
เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เสี่ยงสูงที่สุด — แต่ถ้าคุณทำได้ดีจริง ผลกำไรก็อาจมหาศาล
สรุป 3 สิ่งที่คุณ CK เน้นว่ามนุษย์เงินเดือนต้องมี ถ้าอยากรวย
-
ความสามารถ: ช่วยสร้าง Active Income ซึ่งถ้าคุณเก่ง เงินจะมาเอง
-
วินัย: เมื่อได้เงินก้อนแรก อย่าเพิ่งรีบยกระดับชีวิต ให้นำไปลงทุนต่อ
-
ความกล้า: กล้าที่จะเสี่ยง กล้าที่จะออกจาก Comfort Zone

