เปิดโผหุ้นเข้า-ออก SET50/SET100 ครึ่งแรกปี 69 DELTA ยังรอด! แต่เสี่ยงแรงเทขาย

ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะประกาศรายชื่อหุ้นเข้าและออกใน SET50 และ SET100 รอบครึ่งปีแรกปี 2568 ซึ่งจะมีผลเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีรายชื่อหุ้นที่คาดว่าจะถูกคัดเข้าและออกใน 2 ดัชนีนี้จากการคำนวณของนักวิเคราะห์มาฝาก เพื่อเป็นข้อมูลให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจเข้าลงทุนก่อนวันที่มีผลบังคับใช้จริง


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ทีมกลยุทธ์ได้คำนวณหุ้นเข้าและออกใน SET50 และ SET100 สำหรับรอบครึ่งแรกปี 2568 ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะประกาศการคัดเลือกหุ้นเข้าออกรอบนี้ในช่วงกลางเดือนธ.ค. 68 และมีผลเริ่มใช้ 1 ม.ค. 69 โดยผลการคำนวณในรอบนี้ใช้ข้อมูลตั้งแต่ 1 ธ.ค. 67 – 27 ต.ค. 68 (เหลือข้อมูลอีกราว 1 เดือน)


โดยผลของการคาดการณ์น่าจะมีความใกล้เคียงสูงในส่วนของ SET50 แต่อาจคาดเคลื่อนในส่วนของ SET100 ซึ่งการซื้อเก็งกำไรล่วงหน้า 45-30 วัน ก่อน Effective Date สำหรับผลการศึกษาของเราพบว่าหุ้นที่คาดเข้า SET50 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-8% ซึ่งคาดว่าบทวิเคราะห์ฉบับนี้จะช่วยให้นักลงทุนเตรียมตัวสำหรับการลงทุนในดัชนี SET50 และ SET100 ล่วงหน้าได้


สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวณใน SET50 รอบนี้มี 2 บริษัท คือ SAWAD โอกาสเข้า 90% และ ITC โอกาสเข้า 90%


ส่วนหุ้นคาดว่าจะหลุดจาก SET50 รอบนี้ 2 บริษัท คือ VGI โอกาสหลุด 90% และ BCP โอกาสหลุด 90%


ด้านหุ้นที่คาดจะเข้าคำนวณใน SET100 รอบนี้มี 3 บริษัท คือ PTG, STECON, GFPT


ขณะที่หุ้นคาดว่าจะหลุดจาก SET100 รอบนี้ 3 บริษัท คือ JAS, SISB, WHAUP


DELTA ถูก Rebalance อาจมีแรงขาย 1.6 พันล้านบาท

ในกรณีหุ้น DELTA รอบครึ่งแรกปี 2568 จะยังผ่านเกณฑ์ SET50 และ SET100 แม้มีการเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์ในบางช่วงเวลา แต่น้อยกว่า 3 เดือน แต่หุ้นจะถูกลดน้ำหนักลงมาอีกจากเกณฑ์จำกัดน้ำหนักสูงสุดไม่เกิน 10% ของ Market Cap. รวม ทำให้เม็ดเงินส่วนที่อิงจาก SET50 Index Passive Fund หุ้น DELTA จะมีแรงขายประมาณ 1.6 พันล้านบาท จากการ Rebalance


หุ้นที่ถูกคัดเข้า SET50 กว่า 70% จะปรับตัวขึ้น 6.97% ก่อนถูกนำเข้าคำนวณจริง สวนทางกับหุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลง

โดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2548-2567 พบว่า หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET50 จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 6.97% ก่อนที่จะมีการนำเข้าไปคำนวณประมาณ 1 เดือน ด้วยโอกาสสูงถึง 70% ซึ่งสวนทางกับหุ้นที่ถูกคัดออกที่มักจะปรับตัวลงล่วงหน้าเฉลี่ยราว 2.8% ในช่วงเดียวกัน (Appendix)


หุ้นที่ถูกคัดเข้า SET100 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบช่วง 45 วัน ก่อนวัน Effective date ส่วนหุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลง

สำหรับหุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET100 นั้น มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 45 วันก่อน Effective date แต่หุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลง เราคาดเป็นผลจากการที่มูลค่า NAV ของ passive fund ที่ใช้ Benchmark เป็น SET100 ยังมีค่อนข้างน้อย ทำให้ผลกระทบจากการ Rebalance Index มีจำกัด (Appendix)


สรุปกลยุทธ์ลงทุน

ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุนหุ้นที่เข้า-ออก SET50 และ SET100 ในรอบครึ่งแรกปี 2568 ให้เลี่ยงหุ้นที่คาดว่าจะหลุด SET50-SET100 เนื่องจากมีความเสี่ยงในการลดน้ำหนักจาก Index Fund และแนะนำ เก็งกำไรหุ้นเข้า SET50 ใหม่ ได้แก่ SAWAD และ ICT