เงินต่างชาติดันหุ้นไทยบวก 20 จุด มองกลุ่มพลังงาน-ธนาคารยังไปต่อ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (3 ธ.ค. 63) ปิดตลาดที่ระดับ 1,438 จุด เพิ่มขึ้น 20.57 จุด หรือ 1.45% มีมูลค่าการซื้อขาย 76,829 ล้านบาท โดยเปิดตลาดช่วงบ่ายดัชนีปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังได้รับปัจจัยบวกหลายด้าน เช่น นักลงทุนคลายความกังวลเรื่องการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในไทย และการที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งต่อไปได้ รวมถึงมีกระแสเงินทุนจากต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง อีกทั้งกลุ่มพลังงานอาจได้รับข่าวดีจากการประชุมกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโอเปกพลัสที่จะขยายช่วงเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปอีก 3-6 เดือน ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงานโดยตรง
โดยนายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ดัชนีที่ปรับเพิ่มขึ้นวันนี้มาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. นักลงทุนคลายความกังวลเรื่องการระบาดของเชื้อ Covid-19 ภายในประเทศแล้ว, 2. ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายกรัฐมนตรียังดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ทำให้นักลงทุนที่ขายหุ้นจากความไม่แน่นอนวานนี้ เริ่มกลับเข้าซื้อหุ้นอีกครั้ง และ 3. เม็ดเงินที่ไหลเข้าหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่บอกว่านักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นไทยจำนวนมาก รวมถึงนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ที่เคยลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยก็จะกลับเข้ามาลงทุนเช่นกัน โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มน้ำมัน ปิโตรเคมี และกลุ่มแบงก์ ขณะเดียวกันก็ลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่เคยได้ประโยชน์จาก Covid-19 เช่น หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ หุ้นถุงมือยาง และหุ้นไอที
ส่วนนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน - กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด มองว่า กรณีที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (3 ธ.ค.63) คาดจะได้รับปัจจัยบวกจากการที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโอเปกพลัสจะมีมติขยายเวลาลดกำลังการผลิตที่ระดับ 7.7 ล้านบาร์เรลออกไปอีก 3-6 เดือน จากเดิมจะสิ้นสุดโครงการ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. ปีนี้ ซึ่งการขยายเวลาลดกำลังการผลิตจะช่วยลดปัญหาอุปทานล้นตลาดเป็นบวกต่อราคาน้ำมันและการลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจน้ำมัน โรงกลั่น และปิโตรเคมีโดยจะเห็นได้ว่าหุ้นในกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นมาในการซื้อขายช่วงบ่ายวันนี้
สำหรับปัจจัยบวกอีกประการคือการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตการผ่อนปรนเงื่อนไขการเพิ่มสถานะระดับกองทุน ซึ่งเมื่อกองทุนมีสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น จะสามารถทำให้สถาบันการเงินช่วยปล่อยสินเชื่อให้กับภาคประชาชน และภาคการผลิตให้เข้าถึงได้มากขึ้น ทั้งนี้เชื่อว่าปัจจัยที่กล่าวมานั้นเป็นแรงหนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้ออย่างหนาแน่นในช่วงบ่าย โดยแนะนำ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อหุ้นได้เป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม สำหรับหุ้นเด่นประจำเดือนธ.ค.ได้แก่ SCGP,SAWAD,EGCO,KCE,FPT,และ SNC โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,420 จุด และแนวต้านไว้ที่ 1,445-1,450 จุด
