Official Update :

SPRC ปิดพุ่ง 11% ทำนิวไฮรอบ 10 เดือน หลังผลงาน Q3/68 พลิกกำไร 1.6 พันลบ. โบรกฯ แนะ “Outperform” มองปันผล 7% น่าสนใจ

SPRC ปิดพุ่ง 11% ทำนิวไฮรอบ 10 เดือน หลังผลงาน Q3/68 พลิกกำไร 1.6 พันลบ. ฟากโบรกฯ แนะ “Outperform” ชูเป้า 6.40 บาท บาท มองอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 7% น่าสนใจ


วันนี้ (13 พ.ย. 68) ราคาหุ้นของ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 13.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.24% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 567.85 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 10 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 5.95 บาท เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2568


โดยคาดว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากการรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/68 ที่พลิกมีกำไรสุทธิ 1.58 พันลบ. จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผลขาดทุนสุทธิ 2.22 พันลบ.


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุในบทวิเคราห์ SPRC รายงานกำไรสุทธิ 1.58 พันล้านบาทในไตรมาส 3/68 ฟื้นตัวดีขึ้นมากจากขาดทุน 812 ล้านบาทในไตรมาส 2/68 และขาดทุน 2.22 พันล้านบาทในไตรมาส 3/67 โดยได้แรงหนุนจากกำไรจากสต๊อกน้ำมันจำนวน US$14.6 ล้าน (380 ล้านบาท) และอัตรากำไรขั้นต้นของกิจการที่เพิ่มขึ้นเป็น US$6.85 ต่อบาร์เรล (+8% จากไตรมาสก่อน, +30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)


กำไรหลังปรับปรุงรายการพิเศษเพิ่มขึ้น 145% จากไตรมาสก่อน และ 840% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจการกลั่นน้ำมันและธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวดีขึ้น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน และอัตราการกลั่นน้ำมันดิบที่สูงขึ้น (95.9%)


กำไรสุทธิงวด 9 เดือน 2568 ที่ 1.4 พันล้านบาท ดีกว่าที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ และตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 เพิ่มขึ้น 33%


ทั้งนี้ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คงคำแนะนำ “Outperform” สำหรับ SPRC ด้วยราคาเป้าหมาย (กลางปี 2569) ที่ 6.40 บาท (PBV 0.7 เท่า หรือ -2SD ของ PBV เฉลี่ย 5 ปี) โดยประเมินมูลค่า SPRC อิงกับระดับ -2SD ของค่า PBV เฉลี่ยในช่วง 5 ปี ซึ่งเชื่อว่าสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของธุรกิจการกลั่นน้ำมัน อันเป็นผลมาจากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อและอุปทานใหม่ในตลาดโลก


อีกทั้งคาดว่ากำไรจะชะลอตัวในปี 2569 จากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ ระดับดังกล่าวคิดเป็นค่า EV/EBITDA (ปี 2569) เพียง 4.7 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยมากกว่า 9 เท่าของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันในภูมิภาค ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 7% ซึ่งอิงกับกระแสเงินสดและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ยังถือว่าน่าสนใจ