Official Update :

SET ผลตอบแทน 3 ปี “รั้งท้าย” โบรกฯ ชี้หุ้นถูกเกลื่อนตลาด PBV ต่ำกว่า 1 เท่า ถึง 461 บริษัท ชู 9 หุ้นเด่นพื้นฐานแน่น-ปันผลสูง

ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นเผชิญทั้งปัจจัยกดดันจากภายในและภายนอกประเทศ กดดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่อง หากนับจากต้นปี 2568 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงไปแล้ว 123.64 จุด หรือ -8.83% และหากดูในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนแพ้เกือบทุกสินทรัพย์ ทำให้มีหุ้นขนาดใหญ่ที่มูลค่าไม่แพงจำนวนมาก


โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่สิ้นปี 2022 - ปัจจุบัน) แพ้ทุกสินทรัพย์ (ยกเว้นน้ำมัน) โดยตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดหุ้นเดียวที่ปรับตัวลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา SET -22.2% MAI -63.2% สวนทางตลาดหุ้นอื่นๆ ที่ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น เช่น

NASDAQ +110.5%

MSCI ACWI +62.1%

MSCI EM +39.9%

CRYPTOCURRENCY (BITCOIN +409% ETHEREUM +122%)

GOLD +135%


อย่างไรก็ตามถือเป็นข้อดีในเชิง VALUATION ที่ถูกกว่าประเทศอื่นๆ โดยปัจจุบัน SET มีจำนวนหุ้นส่วนใหญ่ถูกเกลื่อนตลาด มี PBV ต่ำ 1 เท่า ถึง 461 บริษัท (จากทั้งหมด 704 บริษัท) และล่าสุดมี TRAILING P/E ตลาด แค่ 15.4 เท่า แต่ถ้าตัดหุ้นใหญ่สุดออก (DELTA) เหลือ 13.2 เท่า ถูกกว่า MSCI ACWI มี P/E 22 เท่า และ MSCI EM 16 เท่า


อีกทั้งลุ้น TISA หรือเครื่องมือการออมนำมาหักลดหย่อนภาษี ที่จะเข้าครม.สัปดาห์หน้า หวังดันปริมาณการซื้อขายหุ้นไทยกลับมาคึกคัก โดยเป็นมาตรการในการสนับสนุนการออมรายบุคคล (INDIVIDUAL SAVING ACCOUNT) เพื่อการลงทุนในหุ้นไทย ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมอีกทีว่าจะเหมือนกับทางญี่ปุ่น NISA หรือไม่


ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวเน้นสะสมหุ้นมีเบาะรองรับจากปันผลสูง มีช่องว่างให้จ่ายปันผลเพิ่ม มีกำไรเติบโต พร้อมใส่ใจนักลงทุนจากการให้ความสำคัญเรื่อง ESG หรือซื้อหุ้นคืน คัดกรองได้มา 9 หุ้นเด่น ได้แก่ MAJOR, TTB, GUNKUL, SPALI, AP, BBL, SJWD, CPN และ CPALL