BBIK ไม่สนเศรษฐกิจชะลอตัว ต่อยอดพัฒนาธุรกิจสู่ตลาดใหม่ พร้อมปลุกปั้นบริษัทลูกเข้า IPO มั่นใจปี 69 ผลงานโต 20% ทุบสถิติ “ออลไทม์ไฮ”
ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังผันผวน แต่ BBIK ผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ยังคงแสดงศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยวางธุรกิจ AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กร สะท้อนความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางความไม่แน่นอน พร้อมต่อยอดโอกาสจากเมกะเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังเร่งตัว และปูทางสู่การทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างสม่ำเสมอในทุกปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลประกอบการปี 2569 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 20% และสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในการดำเนินงาน โดยปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่จะเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานระบบคลาวด์ การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมต่อกับ AI รวมถึงการปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)
“การนำ AI เข้ามาปรับใช้ในองค์กรนั้น บริษัทให้ความสำคัญกับการมองในทุกมิติอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงแค่การทำ Use Case แบบฉาบฉวย แต่ต้องครอบคลุมทั้งเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้งาน กระบวนการทำงาน โครงสร้างพื้นฐาน แอปพลิเคชัน และความปลอดภัยทางไซเบอร์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเพิ่มทักษะให้กับบุคลากร และการออกแบบลักษณะงานใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างประสิทธิภาพจากการใช้ AI ได้อย่างแท้จริง” นายพชร กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทแบ่งออกเป็น 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวและตอกย้ำความเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโกลบอล ได้แก่
1) Client Value & Marketing Innovation กลยุทธ์ Upsell และ Cross-sell ขยายการให้บริการกับลูกค้ารายเดิม พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ อาทิ ภาครัฐ ธุรกิจการศึกษา สุขภาพ และพลังงาน รวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ การพัฒนาบริการและโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยี ได้แก่ AI, Cloud Computing และความยั่งยืน (Sustainability)
2) Operational Excellence & Scalable Growth ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานให้มีมาตรฐานและคล่องตัวมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงาน 10% ในปีนี้ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำ AI มาใช้ทั้งในกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน
3) Strategic Expansion & Long-Term Growth วางรากฐานการเติบโตในระยะยาวด้วยการเสริมแกร่งการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ กลยุทธ์ขยายตัวผ่าน M&A และการเตรียมความพร้อมโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และรองรับการลงทุนและโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต
ส่วนแผนการลงทุนในปี 2569 แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ งานวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 25% ของยอดขายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงานให้ลูกค้า ส่วนต่อมาคือการมองหาพันธมิตรหรือการเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่วนสุดท้ายคือการตั้งงบประมาณเกือบ 100 ล้านบาท เพื่อลงทุนในเครื่องมือภายในและซื้อโมเดล AI เข้ามาช่วยพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในส่วนของมูลค่างานในมือ (Backlog) ข้อมูลล่าสุด ณ ไตรมาส 3/68 พบว่ามีมูลค่ารวมกับบริษัทร่วมทุนอยู่ที่กว่า 1,000 ล้านบาท โดยประมาณ 70% ของจำนวนนี้จะรับรู้เป็นรายได้ภายในระยะเวลา 12 เดือน ทั้งนี้ AI จะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนการเพิ่มขึ้นของ Backlog ในช่วงไตรมาส 2/69 และ 3/69 ซึ่งงานด้าน AI ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสร้างโมเดลข้อมูลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงงานพัฒนาซอฟต์แวร์และการวางระบบธรรมาภิบาลเพื่อไม่ให้ AI กลายเป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยขององค์กร
ด้านโครงสร้างรายได้ของบริษัท ประกอบด้วยรายได้แบบครั้งเดียวและรายได้ต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนอย่างละครึ่ง แม้ว่าสัดส่วนรายได้ต่อเนื่องจะมีการปรับลดลงจาก 50% มาอยู่ที่ 40% แต่เป็นผลมาจากการจัดโครงสร้างภายในเพื่อลดความซ้ำซ้อนของการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัทในกลุ่มและบริษัทร่วมทุน (JV) ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสัดส่วนกำไรที่ได้รับ
“ในปี 2569 บริษัทเตรียมการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหม่ ซึ่งจะมีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการในอีกประมาณ 3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะเน้นการรวบรวมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Digital Implementation จากบริษัทลูกต่างๆ ที่เคยซื้อกิจการมา เพื่อลดความซับซ้อนและเตรียมความพร้อมในการขยายธุรกิจรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้นจากการมาของ AI โดยเบื้องต้นการจัดตั้งส่วนงานใหม่นี้จะดำเนินการในรูปแบบบริษัทจำกัดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ โดยบริษัทยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าในการปั้นบริษัทลูกให้สามารถเข้า IPO ได้ในอนาคต” นายพชร กล่าวทิ้งท้าย
