Official Update :

Sell Everything ระบาดทั่วโลก หุ้นเทค-คริปโท-ทองผันผวนหนัก โบรกฯ มองระยะสั้นความเสี่ยงยังสูง รอจังหวะสะสม เน้นลงทุนกลาง–ยาว

กระแส “เทขายทุกอย่าง (Sell Everything)” แบบข้ามสินทรัพย์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวันที่ 4–5 กุมภาพันธ์ 2026 

การเทขายเริ่มจากหุ้นซอฟต์แวร์และหุ้นที่อ่อนไหวต่อธีม AI ก่อนจะลุกลามไปทั่วตลาด โดยหุ้นซอฟต์แวร์สหรัฐฯ ร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 และนักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่า “นักลงทุนสายรับซื้อเมื่อราคาย่อตัว (dip buyers)” แทบไม่ปรากฏตัวในช่วงตลาดปรับลงครั้งนี้


ด้านตลาดคริปโทก็ปรับตัวลงพร้อมกัน โดย Bitcoin ร่วงมากกว่า 12% ภายในวันเดียว ส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโทโดยรวมลดลงราว 2 ล้านล้านดอลลาร์จากระดับก่อนหน้า ซึ่งจากรายงานของ Reuters นักวิเคราะห์มองว่าการบังคับขาย (forced liquidation) และการไหลออกของเงินจาก ETF เป็นปัจจัยเร่งการปรับฐาน


ขณะเดียวกัน ราคาทองคำและเงินผันผวนรุนแรง สะท้อนบรรยากาศ risk-off ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายสินทรัพย์


โบรกเกอร์รายใหญ่มองสถานการณ์นี้อย่างไร?

  • Goldman Sachs ระบุว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์จำนวนมากที่ ถือหุ้นเทคโนโลยีแบบกระจุกตัว ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงนี้ จากแรงขายของนักลงทุนที่ไล่ตามโมเมนตัมราคา รวมถึงการขายแบบ อัตโนมัติ/เชิงกลไก (เช่น ระบบเทรดหรืออัลกอริทึม) ที่ยิ่งกดดันให้ราคาหุ้นร่วงลงแรงขึ้น เป็นสัญญาณว่าความผันผวนระยะสั้นอาจยังดำเนินต่อไปตราบใดที่การปรับพอร์ตและการลดเลเวอเรจยังไม่สิ้นสุด

  • UBS มองว่าการร่วงแรงของตลาดหุ้นเทคสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นเพียง แรงกระแทกในระยะสั้น เมื่อเทียบกับแนวโน้ม กำไรในปี 2026 ของหลายบริษัทที่ยังมีปัจจัยสนับสนุนในเชิงบวก ดังนั้น UBS จึงประเมินว่า ช่วงนี้อาจเป็นจังหวะเข้าซื้อแบบคัดเลือก สำหรับนักลงทุนที่มองการลงทุนใน ระยะกลาง

  • JPMorgan ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะกลาง และมองว่าความผันผวนล่าสุดเป็นจังหวะสะสมเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีแรงซื้อจากธนาคารกลางเป็นปัจจัยหนุนหลัก

  • โบรกเกอร์รายใหญ่อื่น ๆ เช่น Morgan Stanley และ Barclays เน้นเรื่องการหมุนกลุ่มอุตสาหกรรมและการคัดเลือกหุ้น ซึ่งถ้าหากความผันผวนยืดเยื้อ แนะนำให้เน้นหุ้นที่งบดุลแข็งแกร่ง และกลุ่มที่ไม่เปราะบางต่อการ re-rating จากธีม AI ก่อน


สรุปแล้วการเทขายจะไปต่อหรือไม่?
และราคามีโอกาสลงได้ถึงไหน?

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักมีมุมมองสอดคล้องกันว่า ความผันผวนในระยะสั้นยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง


ตราบใดที่กระบวนการ ลดเลเวอเรจและการคลายการลงทุนที่กระจุกตัว ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้การจับจังหวะลงทุนในระยะสั้นทำได้ยาก


โดยกรอบความเป็นไปได้ของราคา อ้างอิงจาก มุมมองเชิงเทคนิคและบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ซึ่งถูกรายงานผ่าน Reuters ในช่วงวันที่ 5–6 กุมภาพันธ์ มีดังนี้

  • คริปโท (Bitcoin): นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (technical consensus) ชี้แนวรับระยะสั้นบริเวณช่วงต้นของ 60,000 ดอลลาร์ และหากเกิดความตื่นตระหนกต่อเนื่อง ราคาอาจปรับลงสู่ช่วงปลาย 50,000 ดอลลาร์ โดยเฉพาะหากเงินทุนสถาบันยังไหลออก

  • หุ้น: นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นอาจเริ่มหยุดปรับลงเมื่อราคาลดลงมาถึงจุดที่ในอดีตเคยมีแรงซื้อเข้ามาช่วยพยุงราคาไว้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความเสี่ยงจะปรับลงต่อ หากตัวเลขเศรษฐกิจหรือผลประกอบการออกมาแย่กว่าที่คาด ทิศทางตลาดในช่วง 1–2 สัปดาห์ข้างหน้า จะขึ้นอยู่กับว่าความเชื่อมั่นและเงินลงทุนจะกลับเข้ามามากน้อยเพียงใด

  • ทองและเงิน: ในระยะสั้น ราคาทองและเงินอาจยังขึ้นลงแรงเป็นช่วงๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายแห่งยังมองว่า ราคาทองคำมีโอกาสปรับสูงขึ้นภายในสิ้นปี หากธนาคารกลางยังเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง และสภาพแวดล้อมทางการเงินกลับมาเอื้อให้การถือทองน่าสนใจมากขึ้น


แนวทางปฏิบัติสำหรับนักลงทุน

  1. ตรวจสอบเลเวอเรจและสภาพคล่องเป็นอันดับแรก การขายแบบบังคับเป็นตัวเร่งสำคัญ และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่เน้นย้ำว่าความเสี่ยงจากมาร์จิ้นคือประเด็นหลัก

  2. อย่าสรุปภาพระยะยาวจากความตื่นตระหนกระยะสั้น ความผันผวนในช่วงสั้นไม่ได้หมายความว่าปัจจัยพื้นฐานระยะกลางจะเปลี่ยนไป หลายสำนักมองว่าการอ่อนตัวรอบนี้เป็น “โอกาสที่อาจเกิดขึ้น” สำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้และเลือกสินทรัพย์อย่างรอบคอบ

  3. กำหนดขนาดการลงทุนในคริปโทอย่างระมัดระวัง การปรับลงภายในวันเดียวของ Bitcoin ตอกย้ำว่าคริปโทยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ดังนั้น การจัดขนาดพอร์ตและการบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งจำเป็น

  4. แยกให้ออกระหว่างกลยุทธ์ระยะสั้นและระยะยาวในโลหะมีค่า นักเก็งกำไรอาจเผชิญความผันผวนรายวันต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์อาจใช้ช่วงอ่อนตัวเพื่อเพิ่มสัดส่วนทองคำในพอร์ตระยะยาว

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 18 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 12 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us