ไทยร่วงต่อเนื่อง! ดัชนีคอร์รัปชันโลก ปี 2025 หล่นที่ 116 ของโลก ในอาเซียนรั้งที่ 8 นำแค่เมียนมา-กัมพูชา
ประเทศไทยถูกปรับลดอันดับในดัชนีคอร์รัปชันโลกต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Transparency International (TI) ได้ให้คะแนนดัชนีภาพการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ปี 2025 ของไทยอยู่ที่ 33 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ทำให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ซึ่งตัวเลขนี้ลดลงจากปีก่อน ทั้งในแง่คะแนน (34 คะแนนในปี 2024) และอันดับโลก (อันดับ 108 ในปี 2024) ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสของไทยอ่อนตัวลงต่อเนื่อง และแม้นี่จะไม่ใช่ข่าวที่ชวนตกใจแบบฉับพลัน แต่ก็เป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นต่อระบบภาครัฐไทยในสายตานานาชาติยังไม่แข็งแรงนัก
แล้วไทยอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน?
ถ้าเทียบในอาเซียน ไทยอยู่ในกลุ่มกลางค่อนไปทางล่างที่อันดับที่ 8 จาก 11 ประเทศอาเซียน โดยสิงคโปร์ยังคงนำโด่งในกลุ่มอาเซียนและเป็นประเทศที่ได้คะแนนสูงมากเมื่อเทียบในระดับโลก มาเลเซียและเวียดนามมีคะแนนดีกว่าไทย ในขณะที่อินโดนีเซียและลาวมีคะแนนใกล้เคียงแต่สูงกว่าไทยเล็กน้อย, ส่วนฟิลิปปินส์, กัมพูชา และเมียนมา ยังอยู่ต่ำกว่าไทย
ในภาพรวม ช่องว่างในภูมิภาคค่อนข้างกว้าง เพราะมีทั้งประเทศที่มีระบบตรวจสอบเข้มแข็งมาก ไปจนถึงประเทศที่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง และสำหรับไทย การอยู่ในอันดับกลางค่อนไปทางล่างหมายความว่า เรายังตามหลังบางประเทศคู่แข่งสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ
ทำไม TI ถึงลดคะแนนไทย?
ดัชนี CPI วัด “มุมมอง” หรือ “การรับรู้” เรื่องคอร์รัปชันในภาครัฐ จากข้อมูลผู้เชี่ยวชาญและภาคธุรกิจทั่วโลกสะท้อนภาพรวมของระบบธรรมาภิบาล แต่ไม่ได้วัดจำนวนคดีทุจริตโดยตรง
ในรายงานของ Transparency International จึงมีการพูดถึงปัจจัยกว้างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่ยังไม่สม่ำเสมอ, ปัญหาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบ และปัญหาความโปร่งใสและความรับผิดชอบของภาครัฐ
ซึ่งแม้รายงานจะไม่ได้ระบุเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรง แต่คะแนนที่ลดลงสะท้อนว่า ผู้ประเมินยังมีข้อกังวลต่อคุณภาพของสถาบันภาครัฐไทย ที่สำคัญ คะแนน 33 ของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก สะท้อนว่าภาพลักษณ์ความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันยังค่อนข้างสูง
การลดคะแนนครั้งนี้จะมีผลอย่างไรต่อมุมมองนักลงทุน?
แม้ในปัจจุบัน จะยังไม่มีบทวิเคราะห์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยโดยตรงในระยะสั้น แต่โดยหลักการแล้ว ตัวชี้วัดด้านธรรมาภิบาล เช่น CPI เป็นหนึ่งในปัจจัยระยะยาวที่นักลงทุนต่างชาติใช้ประเมิน ความเสี่ยงประเทศ
และสื่อเศรษฐกิจระดับโลกอย่าง Reuters ก็เคยรายงานเกี่ยวกับความท้าทายด้านความสามารถในการแข่งขันของไทย ซึ่งคุณภาพของสถาบันภาครัฐก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ
อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ ตลาดหุ้นระยะสั้นมักเคลื่อนไหวจากหลายปัจจัย เช่น ทิศทางดอกเบี้ยโลก, เงินทุนไหลเข้าออก, ผลประกอบการบริษัท หรือนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ดังนั้น การลดอันดับ CPI มีแนวโน้มที่จะกระทบความเชื่อมั่นระยะยาว มากกว่าทำให้ตลาดผันผวนทันที
สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้สำคัญแค่ไหน?
บางคนอาจมองว่านี่เป็นแค่ตัวเลขหนึ่งในรายงานประจำปี แต่ในมุมของนักลงทุนและพันธมิตรระหว่างประเทศ ตัวเลขนี้สะท้อนความน่าเชื่อถือของประเทศ
เรื่องนี้จึงเกี่ยวข้องกับ การตัดสินใจลงทุน, ต้นทุนทางการเงิน, ความสามารถแข่งขันในระยะยาว, รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชน การปรับปรุงภาพลักษณ์และความโปร่งใสของประเทศจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในระยะยาว
ดังนั้น นอกจากการพัฒนาเศรษฐกิจให้ยั่งยืนแล้ว อีกโจทย์ที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้ามคือการแก้ปัญหาภาพลักษณ์และความไม่โปร่งใสของประเทศ
แล้วผู้อ่านคิดว่าถ้าเราอยากเห็นอันดับของไทยดีขึ้น ประเทศควรเริ่มแก้ไขตรงจุดใดก่อนเป็นอันดับแรก?
