BANPU ลั่นปี 69 รายได้โตแรง รับราคาก๊าซฯ–ถ่านหินพุ่ง เดินหน้าควบรวม BPP คาดเสร็จ Q3/69 เล็งปิดดีล M&A โรงไฟฟ้าก๊าซฯ ในสหรัฐฯ
BANPU ตั้งเป้าปี 2569 รายได้โตจากปีก่อนที่ทำได้ 173,423 ล้านบาท รับแรงหนุนราคาก๊าซธรรมชาติ–ถ่านหินพุ่ง ลุ้นปีนี้กลับมามีกำไร คาดการควบรวม BPP แล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/69 พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจเป็น 4 กลุ่ม เผยอยู่ระหว่างพิจารณาดีล M&A โรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ–เอเชียแปซิฟิก หนุนศักยภาพดำเนินงานระยะยาว
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตกว่าปีก่อนที่ทำได้ 173,423 ล้านบาท จากปัจจัยบวกด้านราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงไฟฟ้า
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะกลับมามีกำไรดีขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 2,025 ล้านบาท หากไม่มีผลกระทบจากทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าเช่นเดียวกับปีก่อน
สำหรับแผนการควบรวมกิจการระหว่าง BANPU และ BPP บริษัทจะดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด โดยคาดว่าจะมีการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบรวมบริษัท การจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้น และการจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของทั้งสองบริษัทภายในไตรมาส 2/69 ก่อนนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาส 3/69
นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining), ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas), ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) และเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech)
ส่วนการลงทุน BANPU ใช้เงินลงทุนจำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทที่ไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในประเทศแคนาดา พร้อมตั้งเป้าหมายให้ EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และสร้างสัดส่วนรายได้ EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินมากกว่า 50% ภายในปี 2573
ขณะเดียวกัน BANPU อยู่ระหว่างการพิจารณาดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มเติม
ด้านสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายสินนท์ ระบุว่า บริษัทได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากส่งผลให้ซัพพลายพลังงานในตลาดโลกลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซ LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาถ่านหินขยับขึ้นเกินระดับ 130 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากปีก่อนที่อยู่ราว 115 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ในส่วนของผลประกอบการในปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,278 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 173,423 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 1,191 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 39,108 ล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 752 ล้านบาท) แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิภาษีที่เกี่ยวข้องจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐในระหว่างปี จำนวน 45.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 1,509 ล้านบาท) ผลกระทบจากรายการอนุพันธ์ทางการเงิน รายการปรับปรุงและรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ จึงรายงานผลขาดทุนสุทธิจำนวน 61.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 2,025 ล้านบาท)
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตกว่าปีก่อนที่ทำได้ 173,423 ล้านบาท จากปัจจัยบวกด้านราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงไฟฟ้า
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะกลับมามีกำไรดีขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 2,025 ล้านบาท หากไม่มีผลกระทบจากทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าเช่นเดียวกับปีก่อน
สำหรับแผนการควบรวมกิจการระหว่าง BANPU และ BPP บริษัทจะดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด โดยคาดว่าจะมีการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบรวมบริษัท การจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้น และการจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของทั้งสองบริษัทภายในไตรมาส 2/69 ก่อนนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาส 3/69
นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining), ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas), ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+) และเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech)
ส่วนการลงทุน BANPU ใช้เงินลงทุนจำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทที่ไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในประเทศแคนาดา พร้อมตั้งเป้าหมายให้ EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และสร้างสัดส่วนรายได้ EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินมากกว่า 50% ภายในปี 2573
ขณะเดียวกัน BANPU อยู่ระหว่างการพิจารณาดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มเติม
ด้านสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายสินนท์ ระบุว่า บริษัทได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากส่งผลให้ซัพพลายพลังงานในตลาดโลกลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซ LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาถ่านหินขยับขึ้นเกินระดับ 130 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากปีก่อนที่อยู่ราว 115 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ในส่วนของผลประกอบการในปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,278 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 173,423 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 1,191 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 39,108 ล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 752 ล้านบาท) แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิภาษีที่เกี่ยวข้องจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐในระหว่างปี จำนวน 45.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 1,509 ล้านบาท) ผลกระทบจากรายการอนุพันธ์ทางการเงิน รายการปรับปรุงและรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ จึงรายงานผลขาดทุนสุทธิจำนวน 61.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (*เทียบเท่า 2,025 ล้านบาท)
Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 10 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 3 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 20 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
