จับตาค่า Ft ใหม่พ.ค.–ส.ค. กกพ. ชง 3 ทางเลือก นักวิเคราะห์คาดรัฐฯ อุ้มต่อ ดันขึ้นไม่สุด กด SPP กำไรหด BGRIM–GPSC กระทบสุด
กกพ. นำเสนอแนวทางค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 2569 ที่กรอบ 16.23 – 80.60 สตางค์/หน่วย เทียบกับงวดปัจจุบัน (ม.ค. - เม.ย. 2569) ที่ 9.72 สตางค์/ หน่วย โดยเมื่อเมื่อรวมกับค่าไฟฐาน 3.78 บาท/หน่วย จะส่งผลให้ค่าไฟงวดใหม่อยู่ที่ 3.95 – 4.59 บาท/หน่วย จากปัจจุบันที่ 3.88 บาท/หน่วย
โดยประมาณการราคาก๊าซฯเฉลี่ยที่ใช้คำนวนค่าไฟ (ไม่รวมค่าผ่านท่อ) งวด พ.ค. – ส.ค. 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 23.5% จากงวดก่อนหน้ามาอยู่ที่ 347.5 บาท/ล้านบีทียู ซึ่งกกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น 25–31 มี.ค. 2569 ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
สำหรับแนวทางนำเสนอค่า Ft รอบนี้ แบ่งเป็น 3 กรณี ประกอบด้วย กรณี 1) สะท้อนต้นทุน+จ่ายคืนหนี้: ค่า Ft งวดใหม่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 80.60 สตางค์/ หน่วย (แบ่งเป็น Ft ที่สะท้อนต้นทุน 29.66 สตางค์/หน่วย และคืนภาระหนี้ทั้งหมด 50.94 สตางค์/หน่วย) ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาท/หน่วย
กรณี 2) สะท้อนเพียงต้นทุน : ค่า Ft งวดใหม่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 29.66 สตางค์/หน่วย โดยเมื่อรวมกับค่าไฟฐานจะส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาท/หน่วย
กรณี 3) ใช้เงิน Claw back ช่วยอุดหนุนค่าไฟ : ปัจจุบันมีเงิน claw back คงเหลือ ราว 9.5 พันล้านบาท โดยหากนำเงินทั้งหมดมาใช้อุดหนุนจะช่วยชดเชยค่า Ft ให้ลดลงได้ 13.43 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่า Ft อยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเมื่อ รวมกับค่าไฟฟ้าฐานอยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย
ในมุมมองของบล. เอเซีย พลัส แม้แนวทางค่าไฟทั้ง 3 กรณีจะปรับเพิ่มขึ้นมากว่างวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2569 อย่างไรก็ตามคาดแนวทางที่เป็นไปได้สูงสุดคือกรณีใช้เงิน claw back อุดหนุน ซึ่งสะท้อนว่าการปรับขึ้นค่าไฟในรอบนี้ยังถูกจำกัดจากนโยบายภาครัฐฯ ทำให้ยังไม่สามารถสะท้อนต้นทุนได้เต็มที่ ส่งผลให้อัตรากำไรของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP ในไตรมาส 2/69 ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 1/69
โดยคาดผู้ที่ได้รับผลกระทบมากสุดเรียงลำดับได้แก่ BGRIM รองลงมาคือ GPSC ขณะที่กลุ่ม IPP อาทิ GULF, EGCO, RATCH ได้รับผลกระทบที่จำกัดจากโครงสร้างสัญญาขาย ไฟฟ้าที่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังภาครัฐฯ (EGAT) ได้
นอกจากนี้ค่าไฟฟ้าที่ประกาศใช้จริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการใช้นโยบายอื่นๆ เพิ่มเติมของภาครัฐฯ ดังที่เคยเกิดขึ้นเช่นในอดีตที่ผ่านมา จึงยังต้องรอติดตามข้อสรุป และการประกาศจากกกพ. อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้าเท่าตลาด โดยเลือก GULF เป็น top pick ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 71.25 บาท จากผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนก๊าซฯ และค่าไฟที่จำกัด และ ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยคาดยังเห็นกำไรเติบโตได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
โดยประมาณการราคาก๊าซฯเฉลี่ยที่ใช้คำนวนค่าไฟ (ไม่รวมค่าผ่านท่อ) งวด พ.ค. – ส.ค. 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 23.5% จากงวดก่อนหน้ามาอยู่ที่ 347.5 บาท/ล้านบีทียู ซึ่งกกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น 25–31 มี.ค. 2569 ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
สำหรับแนวทางนำเสนอค่า Ft รอบนี้ แบ่งเป็น 3 กรณี ประกอบด้วย กรณี 1) สะท้อนต้นทุน+จ่ายคืนหนี้: ค่า Ft งวดใหม่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 80.60 สตางค์/ หน่วย (แบ่งเป็น Ft ที่สะท้อนต้นทุน 29.66 สตางค์/หน่วย และคืนภาระหนี้ทั้งหมด 50.94 สตางค์/หน่วย) ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาท/หน่วย
กรณี 2) สะท้อนเพียงต้นทุน : ค่า Ft งวดใหม่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 29.66 สตางค์/หน่วย โดยเมื่อรวมกับค่าไฟฐานจะส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาท/หน่วย
กรณี 3) ใช้เงิน Claw back ช่วยอุดหนุนค่าไฟ : ปัจจุบันมีเงิน claw back คงเหลือ ราว 9.5 พันล้านบาท โดยหากนำเงินทั้งหมดมาใช้อุดหนุนจะช่วยชดเชยค่า Ft ให้ลดลงได้ 13.43 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่า Ft อยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเมื่อ รวมกับค่าไฟฟ้าฐานอยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย
ในมุมมองของบล. เอเซีย พลัส แม้แนวทางค่าไฟทั้ง 3 กรณีจะปรับเพิ่มขึ้นมากว่างวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2569 อย่างไรก็ตามคาดแนวทางที่เป็นไปได้สูงสุดคือกรณีใช้เงิน claw back อุดหนุน ซึ่งสะท้อนว่าการปรับขึ้นค่าไฟในรอบนี้ยังถูกจำกัดจากนโยบายภาครัฐฯ ทำให้ยังไม่สามารถสะท้อนต้นทุนได้เต็มที่ ส่งผลให้อัตรากำไรของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP ในไตรมาส 2/69 ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 1/69
โดยคาดผู้ที่ได้รับผลกระทบมากสุดเรียงลำดับได้แก่ BGRIM รองลงมาคือ GPSC ขณะที่กลุ่ม IPP อาทิ GULF, EGCO, RATCH ได้รับผลกระทบที่จำกัดจากโครงสร้างสัญญาขาย ไฟฟ้าที่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังภาครัฐฯ (EGAT) ได้
นอกจากนี้ค่าไฟฟ้าที่ประกาศใช้จริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการใช้นโยบายอื่นๆ เพิ่มเติมของภาครัฐฯ ดังที่เคยเกิดขึ้นเช่นในอดีตที่ผ่านมา จึงยังต้องรอติดตามข้อสรุป และการประกาศจากกกพ. อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้าเท่าตลาด โดยเลือก GULF เป็น top pick ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 71.25 บาท จากผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนก๊าซฯ และค่าไฟที่จำกัด และ ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยคาดยังเห็นกำไรเติบโตได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
Most Viewed
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 21 hours ago
Where to put your money
“หุ้นกู้มีปัญหา” 9M26 สุทธิอยู่ที่ 6.6 พันลบ. ไตรมาส4/26 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 1.7 แสนลบ. เป็น “High Yield” เพียง 7% เท่านั้น !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เกิดอะไรขึ้นกับฝรั่งเศส? สรุปปัญหาเรื้อรังที่ลุกลามจนกลายเป็นประท้วงเดือด
Updated 1 hour ago
Stock of the Day
เปิดโผ 3 ธีมหุ้น ESG เด่น รับเกณฑ์ประเมินใหม่ FTSE Russell ยกระดับมาตรฐานตลาดทุนไทยสู่สากล โอกาสลงทุนก่อนเริ่มใช้ปลายปี 2569
Updated 2 hours ago
Stock of the Day
สรุปประเด็นสำคัญการประชุม IMF ฉบับ "แล้วคนไทยทำไงดี?"
Updated 7 minutes ago
Follow Us
