Official Update :

“SET” ขึ้นแท่น “ตลาดหุ้นเด่น” ในอาเซียน 1 เดือนบวกแล้ว 9% ส่วนอินโดฯ–เวียดนาม–ฟิลิปปินส์ติดลบ อะไรอยู่เบื้องหลังการฟื้นตัวนี้?

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในกลุ่มอาเซียน โดยดัชนี SET ปรับตัวขึ้นราว 9% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดหุ้นประเทศอื่นในภูมิภาคอย่างอินโดนีเซีย (-5.5%), เวียดนาม (-4.8), และฟิลิปปินส์ (-3.4) ต่างปรับตัวลดลงในช่วงเวลาเดียวกัน


แม้ตัวเลขจะสะท้อนภาพการให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หรือ outperform ชัดเจน แต่ปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้มาจากเหตุผลเดียว แต่ดูจะเป็นผลรวมของหลายปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่เข้ามาหนุนพร้อมกัน


หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อราคาพลังงานโลก เนื่องจากไทยเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันสุทธิ เมื่อราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวหรือปรับลดลง ก็จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและเอื้อต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ


ดังนั้น ในบรรยากาศที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน จึงมีส่วนช่วยให้มุมมองของนักลงทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงดีขึ้น ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย


อีกแรงหนุนสำคัญมาจากภาคการท่องเที่ยว ซึ่งยังเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทย เมื่อความเชื่อมั่นของโลกฟื้นตัว ความคาดหวังต่อจำนวนนักท่องเที่ยวก็มีโอกาสปรับดีขึ้นตาม ส่งผลบวกต่อแนวโน้มรายได้ของธุรกิจในกลุ่มโรงแรม, ค้าปลีก, และการขนส่ง ซึ่งมีน้ำหนักอยู่ในตลาดหุ้นค่อนข้างมาก


นอกจากนี้ ปัจจัยด้านการ “จัดพอร์ต” ของนักลงทุนก็อาจมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนตามหลังบางประเทศในอาเซียน ทำให้สัดส่วนการถือครองอาจอยู่ในระดับต่ำ เมื่อมุมมองเริ่มดีขึ้น แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อกลับในระยะสั้นได้


อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าการปรับตัวขึ้นในรอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวน จึงมีความเป็นไปได้ว่าส่วนหนึ่งของการปรับขึ้นอาจเป็นเพียงการ “รีบาวด์” หลังการอ่อนตัวช่วงก่อนหน้า มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการปรับตัวขึ้นในระยะยาวอย่างชัดเจน


ดังนั้น แม้ภาพระยะสั้นของตลาดหุ้นไทยจะดูโดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค แต่ความยั่งยืนของแนวโน้มดังกล่าวยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเป็น ไม่ว่าจะเป็นทิศทางราคาพลังงาน, ภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวในระยะถัดไป