ปรับพอร์ตฝ่าตลาดผันผวน หุ้นปันผล+ถือเงินสด คือคำตอบ?
ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยกระดับขึ้น กำลังเปลี่ยนบรรยากาศการลงทุนเข้าสู่ช่วงที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น หลังตลาดหุ้นโลกหลายแห่งเริ่มปรับฐานจากจุดสูงสุดของปี ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยและทิศทางนโยบายการเงินที่เข้มงวดยังเพิ่มแรงกดดันต่อกระแสเงินทุน ภาพดังกล่าวสะท้อนภาวะตลาดที่ความผันผวนกลับมาเป็นตัวแปรหลัก และทำให้นักลงทุนต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินทรัพย์และความสามารถในการรับแรงกระแทกของพอร์ตมากขึ้น
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุ สงครามร้อนระอุ เข้าสู่ด่านยากของการลงทุน เน้นสะสมหุ้นปันผลสูง มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว โดยระยะสั้น คาดว่าตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ผันผวน จากเริ่มเข้าสู่โซน Correction คือ ปรับตัวลดลงเกิน 10% จากจุดสูงสุดในปีนี้
ขณะที่ระยะกลาง คาดว่าช่วงไตรมาส 2 ยังอาจลงต่อได้ หากเทียบเคียงตลาดหุ้นโลกช่วงไตรมาส 2/65 (สงครามรัสเซียยูเครน) ปรับฐานราว -16% VS SET -7.5%, โอกาสการเกิด Recession สูงขึ้น, นโยบายการเงินที่เข้มขึ้น กดดันกองทุนทั่วโลกมีโอกาสถือเงินสดสูงขึ้นเพราะยังถือต่ำกว่าระดับปกติมาก และสุดท้ายเศรษฐกิจและ กำไรบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสค่อยถูกปรับลง
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ ถือเงินสดระดับ 30% ขึ้นไป เพื่อลดความผันผวนแรงของพอร์ต Selective โดยเน้นหุ้นปันผลสูง ที่มีปัจจัยเฉพาะตัวหนุน KTB, BBL, GUNKUL, GULF, BGRIM, ICHI, CPF, NER, OR

