TOP ยังน่าสนใจอยู่ไหม? หลังเหตุการณ์ฟ้าผ่ากดราคาหุ้น นักวิเคราะห์มอง Valuation น่าสนใจ แม้ Q2 ไม่แน่นอน แต่ระยะยาวยังเติบโต
กลายเป็นประเด็นที่เรียกเสียงฮือฮาทั้งจากประชาชนทั่วไปและแวดวงตลาดทุนตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้อย่างมาก สำหรับกรณีฟ้าผ่าฝาถังเก็บน้ำมันดิบในพื้นที่โรงกลั่นของยักษใหญ่อย่าง “ไทยออยล์” แม้ทางบริษัทจะออกแถลงการณ์ชี้แจงพร้อมย้ำว่าไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และไม่มีนัยสำคัญต่องบการเงิน แต่ก็ถือเป็นข่าวที่ทำให้นักลงทุนเกิดการลังเลในการเข้าซื้อหุ้นในช่วงเวลานี้ สะท้อนความกังวลในเชิงจิตวิทยาการลงทุน
โดยวันนี้ (5 พ.ค.69) ราคาหุ้นของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 47.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.52% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 721.45 ล้านบาท
ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวลดลงภายหลังบริษัทฯ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงเช้าวันนี้ (5 พ.ค.69) ระบุ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าลงบนฝาถังเก็บน้ำมันดิบภายในพื้นที่โรงกลั่นของบริษัทฯ ในจังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยบนฝาถังน้ำมันดิบดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของบริษัทฯ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งไม่พบผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบหรือสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของถังเก็บน้ำมันดิบ และไม่กระทบต่อความปลอดภัยของกระบวนการผลิต โดยโรงกลั่นของบริษัทฯ ยังสามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ
ปัจจุบัน สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหาย ซึ่งคาดว่าอยู่ในวงจำกัด และไม่มีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หากมีความคืบหน้าที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TOP ด้วยราคาเหมาะสม 58.00 บาท เนื่องจากเชิง Valuation หุ้นมีมูลค่าน่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายบน PBV ที่ 0.6 เท่า นับว่ามีส่วนลดจากค่าเฉลี่ย 10 ปี -1.2 SD และตั้งแต่เกิดสงคราม TOP -19% ถือว่า Laggard หุ้นโรงกลั่นอื่นเฉลี่ย -11% และระยะยาวปี 2570-2571 หุ้นมีการเติบโตจากโครงการ CFP เพิ่มกำลังผลิตและประสิทธิภาพการกลั่น (คาดประกาศงบวันที่ 8 พ.ค.)
สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/69 บล.หยวนต้าคาดว่ากำไรสุทธิของ TOP อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ทำให้รับรู้รายการกำไรสต็อกน้ำมัน, Market GIM คาดทำได้ US$14/bbl (เทียบกับ US$11.8/bbl ในไตรมาส 4/68) จากผลิตภัณฑ์น้ำมันขั้นกลาง, ค่าใช้จ่ายลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยฤดูกาล
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/69 ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเริ่มลดลงจากช่วงต้นไตรมาส, ค่าใช้จ่ายจัดหาน้ามันดิบที่สูงขึ้นเริ่มสะท้อนเข้ามาในต้นทุนน้ำมัน, ผลกระทบจากนโยบายลดราคาน้ำมันดีเซล, ความเสี่ยงขาดทุนสต็อกน้ำมันหากสงครามคลี่คลาย
อย่างไรก็ดี บล.หยวนต้า ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าล่าสุดในบทวิเคราะห์นี้ ดังนั้น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบอีกครั้ง
โดยวันนี้ (5 พ.ค.69) ราคาหุ้นของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 47.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.52% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 721.45 ล้านบาท
ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวลดลงภายหลังบริษัทฯ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงเช้าวันนี้ (5 พ.ค.69) ระบุ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าลงบนฝาถังเก็บน้ำมันดิบภายในพื้นที่โรงกลั่นของบริษัทฯ ในจังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยบนฝาถังน้ำมันดิบดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของบริษัทฯ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งไม่พบผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบหรือสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของถังเก็บน้ำมันดิบ และไม่กระทบต่อความปลอดภัยของกระบวนการผลิต โดยโรงกลั่นของบริษัทฯ ยังสามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ
ปัจจุบัน สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหาย ซึ่งคาดว่าอยู่ในวงจำกัด และไม่มีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หากมีความคืบหน้าที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TOP ด้วยราคาเหมาะสม 58.00 บาท เนื่องจากเชิง Valuation หุ้นมีมูลค่าน่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายบน PBV ที่ 0.6 เท่า นับว่ามีส่วนลดจากค่าเฉลี่ย 10 ปี -1.2 SD และตั้งแต่เกิดสงคราม TOP -19% ถือว่า Laggard หุ้นโรงกลั่นอื่นเฉลี่ย -11% และระยะยาวปี 2570-2571 หุ้นมีการเติบโตจากโครงการ CFP เพิ่มกำลังผลิตและประสิทธิภาพการกลั่น (คาดประกาศงบวันที่ 8 พ.ค.)
สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/69 บล.หยวนต้าคาดว่ากำไรสุทธิของ TOP อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ทำให้รับรู้รายการกำไรสต็อกน้ำมัน, Market GIM คาดทำได้ US$14/bbl (เทียบกับ US$11.8/bbl ในไตรมาส 4/68) จากผลิตภัณฑ์น้ำมันขั้นกลาง, ค่าใช้จ่ายลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยฤดูกาล
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/69 ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเริ่มลดลงจากช่วงต้นไตรมาส, ค่าใช้จ่ายจัดหาน้ามันดิบที่สูงขึ้นเริ่มสะท้อนเข้ามาในต้นทุนน้ำมัน, ผลกระทบจากนโยบายลดราคาน้ำมันดีเซล, ความเสี่ยงขาดทุนสต็อกน้ำมันหากสงครามคลี่คลาย
อย่างไรก็ดี บล.หยวนต้า ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าล่าสุดในบทวิเคราะห์นี้ ดังนั้น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบอีกครั้ง
Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 22 hours ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
Updated 23 hours ago
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
Updated 1 day ago
News Highlight
บางจากฯ คว้า 6 รางวัลความเป็นเลิศระดับเอเชีย ในงาน The 16th Asian Excellence Award
Updated 22 hours ago
Follow Us
News Update
