หุ้นเทคเอเชียแรงต่อเนื่อง ดัน KOSPI พุ่งกว่า 70% โบรกฯ มองระยะยาวยังไปต่อ ระยะสั้นเสี่ยงผันผวน-Valuation ตึง

ตลาดหุ้นทั่วโลกในปี 2026 ยังคงถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor)


ในบรรดาตลาดเอเชีย เกาหลีใต้ก็เป็นหนึ่งในตลาดที่นักลงทุนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากการมีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่ง โดยนับตั้งแต่ต้นปี ดัชนี KOSPI Composite Index ปรับตัวขึ้นไปแล้วมากกว่า 70% 


การปรับตัวขึ้นของตลาดถูกนำโดยสองบริษัทหลัก ได้แก่ Samsung Electronics และ SK Hynix ที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ (Memory Semiconductor) ที่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน AI


โดยผลประกอบการของ Samsung Electronics ในไตรมาสแรกปี 2026 ได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) อยู่ที่ 57.2 ล้านล้านวอน ซึ่งสูงกว่ากำไรทั้งปี 2025 ที่ 43.6 ล้านล้านวอนแล้ว


ขณะที่ SK Hynix ได้ตอกย้ำสถานะการเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์หลักของฮาร์ดแวร์ AI หลังสามารถจองกำลังการผลิตส่วนใหญ่ของชิป HBM3E และ HBM4 รุ่นถัดไปสำหรับปี 2026 เพื่อตอบสนองความต้องการมหาศาลจากกลุ่ม Hyperscalers และผู้พัฒนา GPU รายใหญ่ ได้สำเร็จ


คำถามที่สำคัญคือ นักลงทุนยังสามารถลงทุนหุ้นเทคเกาหลีได้หรือไม่ หลังราคาปรับขึ้นแรงขนาดนี้แล้ว?

แม้ตลาดเกาหลีจะปรับตัวขึ้นแรงไปแล้วในปีนี้ แต่หลายสถาบันการเงินยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นและกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้


ยกตัวอย่างเช่น JPMorgan Chase ที่รายงานในเดือนเมษายน 2026 ว่า ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ และการปฏิรูปธรรมาภิบาลบริษัท (Corporate Governance Reform)


ขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้หลายแห่งก็ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ จากความคาดหวังว่าความต้องการหน่วยความจำที่ขับเคลื่อนโดย AI จะยังคงแข็งแกร่งในอีกหลายปีข้างหน้า


ล่าสุด Kyobo Securities ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ Samsung Electronics ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยให้เหตุผลว่า วัฏจักรขาขึ้นของธุรกิจหน่วยความจำ (Memory Chip Upcycle) มีความชัดเจนและยั่งยืนมากขึ้น หลังบริษัทมีผลประกอบการแข็งแกร่ง และมีสัญญาจัดหาสินค้าระยะยาวเพิ่มขึ้น


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังไม่ได้มีมุมมองเชิงบวกทั้งหมด Bloomberg รายงานว่า นักวิเคราะห์บางรายเริ่มกังวลว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นเกาหลีใต้เริ่มกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เพียงไม่กี่ตัว ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนได้หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มอ่อนตัวลง


Bloomberg ยังระบุเพิ่มเติมถึงความกังวลเกี่ยวกับสัญญาณความร้อนแรงเกินไป (Overheating) ในบางส่วนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้


สรุป: ธีมระยะยาวยังแข็งแกร่ง แต่ความเสี่ยงด้านจังหวะลงทุนยังคงอยู่

กลุ่มเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดจากกระแสการลงทุน AI ทั่วโลก


ปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI, ความต้องการหน่วยความจำ และการเติบโตของกำไรกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงสนับสนุนแนวโน้มของอุตสาหกรรมนี้ต่อไป


แต่ในขณะเดียวกัน หลังจากตลาดปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง นักลงทุนก็เริ่มเผชิญคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับ ความเสี่ยงด้านมูลค่า, ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาด และความผันผวนระยะสั้นที่อาจเกิดขึ้น