หุ้นกลุ่ม Gadget แนวโน้มยังสดใส รับยอดขาย “Apple” โตสวนยุคประหยัด
แม้บรรยากาศการใช้จ่ายผู้บริโภคทั่วโลกยังเต็มไปด้วยความระมัดระวัง แต่ผลประกอบการล่าสุดของ Apple Inc. กำลังสะท้อนภาพที่น่าสนใจต่ออุตสาหกรรมแกดเจ็ตอีกครั้ง โดยเฉพาะแรงส่งจาก iPhone และกลุ่มบริการที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง จนตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับรอบการฟื้นตัวของสินค้าเทคโนโลยีในปีนี้มากขึ้น
จุดสำคัญอาจไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขกำไรของ Apple ที่ออกมาดีกว่าคาด แต่คือสัญญาณต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่ธุรกิจแกดเจ็ต ตั้งแต่ผู้จัดจำหน่าย สมาร์ตดีไวซ์ ไปจนถึงร้านค้าปลีกสินค้าไอทีในไทย ซึ่งหลายบริษัทมีสัดส่วนรายได้เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ Apple ค่อนข้างสูง และอาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี 2569
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย. Apple Inc. รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2569 ที่ 2.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขาย iPhone และบริการที่แข็งแกร่ง รวมถึงการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
อย่างไรก็ตาม กำไรลดลง 29.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากปัจจัยตามฤดูกาล รายได้รวมอยู่ที่ 1.112 แสนล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะ iPhone และบริการ ซึ่งเติบโต 22% และ 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ
โดย iPhone 17 series เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทั้งในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ขณะเดียวกัน GPM เพิ่มขึ้นเป็น 49.3% เทียบกับ 47.1% ในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2568 สะท้อนอัตรากำไรที่สูงขึ้นทั้งในกลุ่มสินค้าและบริการ โดยในช่วงไตรมาสดังกล่าว ยอดขายในจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียแปซิฟิกเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงสุดที่ 28% และ 25% ตามลำดับ
สำหรับประเด็นสำคัญจากการรายงานผลประกอบการ คือ แม้บริษัทฯ จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านอุปทาน โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยความจำ (DRAM และ NAND) Apple ยังคงตั้งเป้าหมายเชิงบวกต่อรายได้และ GPM สำหรับไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2569 (เดือน เม.ย.–มิ.ย.) โดยคาดว่า iPhone 17 series, MacBook Neo และกลุ่มบริการจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักทั้งในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่
บริษัทฯ คาดว่ารายได้ไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2569 จะเติบโต 14–17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี GPM อยู่ในช่วง 47.5–48.5% และรายได้จากบริการจะเติบโตในอัตราตัวเลข 2 หลักกลาง ๆ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในทางกลับกัน นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Apple ระบุว่า การปรับตัวขึ้นของราคาหน่วยความจำมีแนวโน้มกดดัน GPM ไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2569 และคาดว่าผลกระทบเต็มจะเห็นได้ชัดตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาสินค้า รวมถึง GPM ที่แข็งแกร่งในกลุ่มบริการ จะช่วยบรรเทาแรงกดดันดังกล่าว
ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย มองว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2569 ของ Apple Inc. เป็น sentiment เชิงบวกทางอ้อมต่อกลุ่มแกดเจ็ตที่วิเคราะห์อยู่ เนื่องจากการเติบโตของรายได้และกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับมุมมองของ บล.กสิกรไทย ที่คาดว่าผลการดำเนินงานทางการเงินไตรมาส 1/2569 ของทั้งกลุ่มธุรกิจจะออกมาแข็งแกร่ง
ในบรรดาหุ้นภายใต้การวิเคราะห์ของ บล.กสิกรไทย ในปี 2568 COM7 มีสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ Apple สูงสุดที่ 62% รองลงมาคือ SYNEX ที่ 38% และ ADVICE ที่ 15% สำหรับหุ้นนอกกลุ่มที่เราวิเคราะห์อยู่ SPVI มีสัดส่วนรายได้จาก Apple สูงสุดที่ 92% ในปี 2568 นอกจากนี้ ยังมองว่าเป้าหมายเชิงบวกของรายได้และ GPM ที่ Apple ตั้งไว้ เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดีต่อกลุ่มแกดเจ็ต โดยบ่งชี้ว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม บล.กสิกรไทย ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มแกดเจ็ต และยังคงเลือก COM7 (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25.56 บาท) และ SIS (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25.35 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม นอกจาก COM7 และ SIS แล้ว ยังชอบ ADVICE (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.83 บาท) มากกว่า SYNEX (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11.86 บาท) เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่แข็งแกร่งกว่าในครึ่งแรกของปี 2569
โดยคาดว่าราคาหุ้นในกลุ่มแกดเจ็ตจะตอบสนองในเชิงบวกในวันอังคารหน้า ก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. เป็นต้นไป เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นทางอ้อมเชิงบวกจากผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2569 ของ Apple Inc. ที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยหากมองไปข้างหน้าในไตรมาส 2/2569 เชื่อว่าปัจจัยหนุนต่อกลุ่มแกดเจ็ตยังคงมีอยู่ จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ Apple โดยเฉพาะ iPhone 17 series, iPhone N-1, iPad และ MacBook Neo รุ่นใหม่ ดังนั้น คาดว่ากำไรโดยรวมของกลุ่มธุรกิจนี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

