SAPPE มั่นใจ Q2-Q3 โต รับผลบวกไฮซีซั่นเครื่องดื่ม ชูแผนจองสายเรือเอง รับมือต้นทุนพุ่ง พร้อมส่งแบรนด์เรือธงบุกกลุ่ม Gen Z
SAPPE มั่นใจรายได้ปี 69 โตตามเป้า 15% หลังไตรมาส 1/69 โตแล้ว 13% แย้มแนวโน้มไตรมาส 2/69-3/69 สดใสรับไฮซีซั่นธุรกิจเครื่องดื่ม เตรียมแผนปรับราคาขาย-เปลี่ยนโมเดลจองสายเรือเอง เพื่อบริหารต้นทุน รับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง วางงบลงทุนปีนี้ไม่เกิน 500 ลบ. พร้อมส่งแบรนด์เรือธงบุกกลุ่ม Gen Z
นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 15% จากปีก่อน หลังจากไตรมาส 1/69 สามารถสร้างการเติบโตได้แล้วกว่า 13% ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 2/69 และ 3/69 คาดยังเติบโตต่อเนื่องได้ตามแผน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งภาพรวมยอดขายยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นการขยายช่องทางจำหน่ายในตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ สหรัฐฯ, เกาหลี, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยใช้แบรนด์ Mogu Mogu เป็นเรือธง (Flagship Brand) ในการขยายฐานตลาด พร้อมปูพรมแคมเปญระดับโลก (Global Campaign) และขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมกลุ่มตลาดกลุ่ม Gen Z โดยวางงบการตลาดไว้ที่ระดับหลักร้อยล้านบาท ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกอยู่ที่ 70-75%
ส่วนตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 8-9% ของยอดส่งออกรวม แม้จะได้รับผลกระทบจากสงครามบางส่วนในไตรมาส 2/69 แต่ในไตรมาส 1/69 ที่ผ่านมายังเติบโตได้ดี โดยบริษัทได้กระจายตลาดไปยังหลายภูมิภาคเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป รวมถึงปรับกลยุทธ์มาใช้รูปแบบ Direct Booking หรือการจองสายเรือเองแทนการให้ลูกค้าจัดการ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง (Bargaining Power) และสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าตามกำหนด
ในด้านต้นทุนการผลิต แม้จะได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันและเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีแผนพิจารณาปรับราคาขายสินค้าหากต้นทุนยังพุ่งสูงขึ้น โดยจะพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสมและสถานการณ์ของคู่แข่งประกอบ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
ขณะที่งบประมาณการลงทุนในปีนี้บริษัทวางไว้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อน เนื่องจากบริษัทได้ลงทุนในโครงการหลักไปเกือบครบถ้วนแล้ว ปัจจุบันเหลือเพียงงบส่วนขยายอีกประมาณ 10% เท่านั้น
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าการเปิดตัว Global Campaign และการเจรจาธุรกิจในงาน THAIFEX 2026 จะช่วยสร้างโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีหลัง พร้อมมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันแบรนด์ไทยให้เติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน
นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 15% จากปีก่อน หลังจากไตรมาส 1/69 สามารถสร้างการเติบโตได้แล้วกว่า 13% ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 2/69 และ 3/69 คาดยังเติบโตต่อเนื่องได้ตามแผน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งภาพรวมยอดขายยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นการขยายช่องทางจำหน่ายในตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ สหรัฐฯ, เกาหลี, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยใช้แบรนด์ Mogu Mogu เป็นเรือธง (Flagship Brand) ในการขยายฐานตลาด พร้อมปูพรมแคมเปญระดับโลก (Global Campaign) และขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมกลุ่มตลาดกลุ่ม Gen Z โดยวางงบการตลาดไว้ที่ระดับหลักร้อยล้านบาท ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกอยู่ที่ 70-75%
ส่วนตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 8-9% ของยอดส่งออกรวม แม้จะได้รับผลกระทบจากสงครามบางส่วนในไตรมาส 2/69 แต่ในไตรมาส 1/69 ที่ผ่านมายังเติบโตได้ดี โดยบริษัทได้กระจายตลาดไปยังหลายภูมิภาคเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป รวมถึงปรับกลยุทธ์มาใช้รูปแบบ Direct Booking หรือการจองสายเรือเองแทนการให้ลูกค้าจัดการ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง (Bargaining Power) และสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าตามกำหนด
ในด้านต้นทุนการผลิต แม้จะได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันและเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีแผนพิจารณาปรับราคาขายสินค้าหากต้นทุนยังพุ่งสูงขึ้น โดยจะพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสมและสถานการณ์ของคู่แข่งประกอบ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
ขณะที่งบประมาณการลงทุนในปีนี้บริษัทวางไว้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อน เนื่องจากบริษัทได้ลงทุนในโครงการหลักไปเกือบครบถ้วนแล้ว ปัจจุบันเหลือเพียงงบส่วนขยายอีกประมาณ 10% เท่านั้น
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าการเปิดตัว Global Campaign และการเจรจาธุรกิจในงาน THAIFEX 2026 จะช่วยสร้างโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีหลัง พร้อมมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันแบรนด์ไทยให้เติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน
Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
Updated 18 hours from now
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
Updated 12 hours ago
Where to put your money
“การบริหารเงินสด”...หัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ “อย่างยั่งยืน” !!!
Updated 1 day ago
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
Updated 5 hours ago
Fun of Funds
“Gold Fund” ปีนี้ ทรงตัวตาม “ทองโลก” ติดลบเฉลี่ย -0.72%... ส่วน “Silver Fund” บวกเล็กน้อยเฉลี่ย +2.03% เป้า “ทองคำ” ปีนี้ 4,600 – 6,300 ดอลล์ ส่วน “Silver” 70 – 85 ดอลล์ !!!
Updated 1 day ago
Follow Us
