WHA มั่นใจ Q2/69 โตต่อ Data Center จ่อปิดดีลเพิ่ม 100 ไร่ กางงบลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท ชู 5 ปัจจัยบวกหนุนครึ่งปีหลังแกร่ง
WHA มองผลงานไตรมาส 2/69 สัญญาณดี โตใกล้เคียงไตรมาส 1/69 มั่นใจรายได้ปี 2569 โตกว่า 10% ตามเป้า พร้อมรักษา EBITDA Margin สูงกว่า 45% กางแผนเก็บที่ดิน ESIE 5 แตะ 1 หมื่นไร่สิ้นปีนี้ ชู 5 ปัจจัยบวกหนุนครึ่งปีหลัง เผยเตรียมงบลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท ขยายนิคม-โลจิสติกส์-พลังงานสะอาด-ดิจิทัล
นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/69 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี โดยคาดว่าจะใกล้เคียงกับไตรมาส 1/69 ที่มีกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท และรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 3,242 ล้านบาท
รวมถึงบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 เติบโตกว่า 10% พร้อมรักษาอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ให้สูงกว่า 45% ซึ่งถือเป็นระดับฐานที่บริษัทให้ความสำคัญในการบริหารจัดการ
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 2/69 และ 3/69 บริษัทคาดจะสามารถปิดดีลลูกค้า Data Center มากกว่า 100 ไร่ โดยสิ้นไตรมาส 1/69 บริษัทมียอดขายที่ดินรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 1,426 ไร่ โดยเป็นลูกค้า Data Center รายใหญ่พื้นที่ประมาณ 900 ไร่ ซึ่งมีกำหนดโอนที่ดินในปีหน้า
ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนพิจารณาแยกนิคมอุตสาหกรรมสำหรับ Data Center โดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่นิคมฯ สะดวกมากขึ้น ในด้านการซัพพลายน้ำ รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า
สำหรับเป้าหมายยอดขายที่ดินในปีนี้ตั้งไว้ที่ 2,500 ไร่ แบ่งเป็น ประเทศไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่ โดยภาพรวมในไทยยังดำเนินไปตามแผน ส่วนในเวียดนามคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินเข้ามามากขึ้นในช่วงไตรมาส 2/69 และ 3/69 หลังจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ WHA Smart Technology Industrial Zone – Thanh Hoa ก่อสร้างคืบหน้าจนอยู่ในระดับที่สามารถแบ่งแยกโฉนดเพื่อเซ็นสัญญากับลูกค้าได้
ชู 5 ปัจจัยบวกหนุนครึ่งปีหลัง
ในส่วนของครึ่งหลังปี 2569 บริษัทประเมินปัจจัยบวกจะมาจากหลายส่วน ได้แก่ 1. การย้ายฐานการผลิต นอกจากกลุ่มทุนจีน ไต้หวัน และสหรัฐฯ (Data Center) แล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสใหม่จากการย้ายฐานการผลิตออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น UAE, กาตาร์ และโอมาน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ ซึ่งกลุ่ม FDI เหล่านี้มีเซกเตอร์ใกล้เคียงกับที่ไทยต้องการ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ออโตโมทีฟ และดาต้าเซ็นเตอร์
2.ขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์ EEC บริษัทยังคงเดินหน้าเก็บที่ดินในโครงการ WHA ESIE 5 (นิคมฯ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5) อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ายอดการถือครองที่ดิน (Land Holding) จะขยับจาก 7,000 ไร่ในไตรมาส 1/69 เป็น 8,000-8,500 ไร่ในไตรมาส 2/69 และตั้งเป้าแตะ 10,000 ไร่ภายในสิ้นปีนี้
3.ธุรกิจ Green Logistics & Energy ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable) เพิ่มขึ้นปีละเกือบ 100 เมกะวัตต์ และเดินหน้าโครงการ EV Mobility โดยตั้งเป้าส่งมอบรถเชิงพาณิชย์รวม 10,000 คันภายในปี 2573
นอกจากนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาเทคโนโลยีเพื่อการลดคาร์บอน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยคาดว่าในปี 2573 ธุรกิจพลังงานสะอาดจะสร้างรายได้ที่ระดับ 10,000-12,000 ล้านบาท จากปี 2569 ที่คาดว่าจะมีรายได้จากกลุ่มดังกล่าวที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 1,000 ล้านบาท
4.ความร่วมมือไทย-เวียดนาม การกระชับความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลช่วยเปลี่ยนมุมมองจากการแข่งกันเป็นการร่วมมือ (Cooperation) เพื่อดึงดูด FDI เข้าสู่ภูมิภาค
5.ความพร้อมด้านเงินทุน บริษัทได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ไปแล้ว 2 รอบในปีนี้ (รวมมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท) ทำให้สามารถ Secure Funding ครอบคลุมการดำเนินงานและแผนขยายธุรกิจไปได้อีกอย่างน้อย 9 เดือนข้างหน้า
กางงบลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท
ด้านงบลงทุนรวมในปี 2569 บริษัทวางไว้ที่ประมาณ 15,000 - 16,500 ล้านบาท โดยเน้นหนักไปที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมราว 9,000 ล้านบาท และกลุ่มโลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะกระจายไปยังกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค พลังงาน พลังงานสะอาด และดิจิทัล เพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งรองรับความต้องการของนักลงทุนระดับโลก
