สแกน 3 หุ้นโดรนสหรัฐฯ ตัวท็อป รับอานิสงส์นโยบายความมั่นคงยุคใหม่
ภาคอุตสาหกรรมโดรนของสหรัฐฯ กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า รัฐบาลของ Donald Trump กำลังหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนเงินทุนให้บริษัทโดรนของสหรัฐฯ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบทั้งการปล่อยกู้และการลงทุนถือหุ้น (Debt-and-Equity Deals) ที่อาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีสัดส่วนการถือครองในบางบริษัท
แรงสนับสนุนครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความเร่งด่วนที่สหรัฐฯ ต้องการสร้างขีดความสามารถด้านโดรนภายในประเทศ และลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติ โดยเฉพาะจีน โดยในเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามใน Executive Order 14307 ภายใต้ชื่อ “Unleashing American Drone Dominance” ซึ่งสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับโดรนที่ผลิตในสหรัฐฯ และเร่งขยายกำลังการผลิตโดรนภายในประเทศ
ซึ่งข่าวนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มจับตาบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับโดรน ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกระแส “Buy American” และการเติบโตระยะยาวของการลงทุนด้านระบบป้องกันประเทศอัตโนมัติ
โดย 3 บริษัทที่นักวิเคราะห์จาก Investing.com แนะนำว่าควรจับตามองได้แก่
Kratos Defense & Security Solutions (KTOS)
Kratos ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในกลุ่มนี้ โดยบริษัทได้มีการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับเชิงยุทธวิธี (Tactical Unmanned Aircraft), โดรนเป้าซ้อม และแนวคิดเครื่องบินรบอัตโนมัติที่มักถูกเรียกว่า “Loyal Wingman” ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับเครื่องบินรบอย่าง F-35
จุดเด่นของ Kratos คือการพัฒนาระบบอัตโนมัติที่มีต้นทุนต่ำและสามารถผลิตในจำนวนมากได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Pentagon ที่ต้องการสร้างกองกำลังโดรนจำนวนมากสำหรับภารกิจความเสี่ยงสูง โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลเหมือนเครื่องบินรบแบบดั้งเดิม
แม้ว่าหุ้น KTOS จะเผชิญแรงกดดันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีรายงานเกี่ยวกับโอกาสที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ผลิตโดรนภายในประเทศ
Ondas Holdings (ONDS)
ด้าน Ondas Holdings ถือเป็นอีกบริษัทขนาดเล็กที่เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยบริษัทมุ่งเน้นระบบโครงสร้างพื้นฐานโดรนอัตโนมัติ, เทคโนโลยี AI และระบบต่อต้านโดรน (Counter-Drone Technologies)
Ondas เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการโดรนแบบ Beyond-Visual-Line-of-Sight หรือ BVLOS ซึ่งหมายถึงการควบคุมโดรนนอกระยะสายตาผู้ควบคุม เทคโนโลยีลักษณะนี้ถูกมองว่ามีความสำคัญมากขึ้นสำหรับงานด้านความมั่นคง, การเฝ้าระวัง และการดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
บริษัทมีโอกาสรับประโยชน์จากแนวโน้มที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการสร้างเครือข่ายโดรนภายในประเทศที่ปลอดภัย และลดการพึ่งพาระบบจากต่างชาติ ขณะที่การมุ่งเน้นระบบ AI ที่สามารถขยายการใช้งานได้ (Scalable AI-Enabled Operations) ก็สอดคล้องกับความพยายามของ Pentagon ในการผสานเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ากับระบบป้องกันประเทศยุคใหม่
โดยที่ผ่านมา หุ้น ONDS ปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% หลังรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่รัฐบาล Trump จะสนับสนุนอุตสาหกรรมโดรนในช่วงวันที่ 27 พฤษภาคม 2026
Red Cat Holdings (NASDAQ: RCAT)
อีกบริษัทที่ถูกจับตามองคือ Red Cat Holdings ซึ่งมุ่งเน้นธุรกิจด้านโดรนขนาดเล็กสำหรับภารกิจลาดตระเวน, ระบบ First-Person-View (FPV) และปฏิบัติการทางทหารระดับหน่วยรบ
โดรนรุ่น TEAL 2 ของบริษัทได้รับการรับรอง Blue UAS Certification ซึ่งอนุญาตให้ใช้งานในหน่วยงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ ซึ่งจุดแข็งสำคัญของ Red Cat คือการเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทจดทะเบียนสัญชาติอเมริกันที่มุ่งเน้นโดรนขนาดเล็กเกรดทางทหารโดยเฉพาะ ทำให้นักลงทุนมองว่าบริษัทอาจได้รับประโยชน์จากนโยบาย “Buy American” และโครงการปรับปรุงกองทัพของ Pentagon ในอนาคต
โดยหลังมีการประกาศข่าวการสนับสนุนอุตสาหกรรมโดรน ราคาหุ้น RCAT ปรับตัวขึ้นมากกว่า 30% ท่ามกลางกระแสความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในสหรัฐฯ และเทคโนโลยีสงครามอัตโนมัติ
สรุป
ในภาพใหญ่ แนวคิดการลงทุนในหุ้นกลุ่มโดรนสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของนโยบายด้านกลาโหมสหรัฐฯ โดยรัฐบาลอาจไม่ได้พึ่งพาเพียงการจัดซื้อแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่เริ่มเปิดกว้างต่อการสนับสนุนผ่านความร่วมมือด้านเงินทุน, นโยบายอุตสาหกรรม, และอาจรวมถึงการลงทุนโดยตรงในบริษัทเชิงยุทธศาสตร์
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักว่าหุ้นกลุ่มโดรนยังคงมีความผันผวนสูง และขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาครัฐ งบประมาณกลาโหม รวมถึงความสามารถของแต่ละบริษัทในการดำเนินธุรกิจและคว้าสัญญาใหม่ๆ

