HENG เคาะราคาไอพีโอ 1.95 บาท เปิดให้นักลงทุนจองซื้อ 6-8 ต.ค. 64
ใกล้ถึงเวลาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แล้ว สำหรับหุ้นลีสซิ่งตัวล่าสุดอย่าง HENG หรือ บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งวันนี้บริษัทได้จัดงานแถลงข่าวและนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนรายย่อย โดยมีนายวิชัย ศุภสาธิตกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ HENG, นางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ดร.ธีรวัฒน์ ธวัลรัตน์โภคิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบัญชีและการเงิน และ นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย มาร่วมให้ข้อมูล ดังนี้
1.HENG จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 800,837,300 หุ้น หรือคิดเป็น 21% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังจาก IPO โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้นที่ 1.95 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดหลังจากสำรวจความต้องการของนักลงทุนสถาบันซึ่งแสดงความต้องการซื้อหุ้นเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรร ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ แบ่งเป็น นักลงทุนสถาบัน 35% และนักลงทุนรายย่อย 65%
2.HENG จะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้น IPO ระหว่างวันที่ 6-8 ต.ค. 2564 และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 19 ต.ค. นี้
3.โดยแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย พร้อมแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์อีก 4 ราย ได้แก่ บริษัท หลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
4.สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุน HENG จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้มาเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงรองรับแผนขยายสาขาและการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มเติม ส่วนที่เหลือจะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนและชำระเงินกู้แก่สถาบันการเงิน
5.ณ สิ้นไตรมาส 2/64 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 8,400 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อเช่าซื้อประมาณ 65% และสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ) 27% ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายว่าปี 2566 สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 47% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อจะปรับสัดส่วนลงมาอยู่ที่ 37% ของพอร์ตสินเชื่อรวม
6.บริษัทตั้งเป้าหมายภายในปี 2566 จะขยายสาขาเพิ่มเป็น 830 สาขา จากสิ้นไตรมาส 2/64 มีสาขาอยู่ที่ 451 สาขา และขยายพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มเป็น 14,800 ล้านบาท จากสิ้นไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 8,400 ล้านบาท รวมถึงบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ (NPL) ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2.9% จากจากสิ้นไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 3.7%
7.ไตรมาส 2/64 น่าจะเป็นช่วงที่ต่ำสุดของบริษัท โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 109 ล้านบาท จากการตั้งสำรองในระดับสูงเพื่อรองรับปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อในอนาคต ซึ่งเป็นไปตามแผนและบริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยมีลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือประมาณ 26% ของพอร์ตทั้งหมด ปัจจุบันสามารถกลับมาชำระหนี้ตามปกติได้แล้ว 13% ส่วนที่เหลือคาดว่าจะทยอยกลับมาชำระหนี้ตามปกติได้เร็วๆ นี้ ช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการของบริษัทกลับเข้าสู่ภาวะปกติเช่นกัน
8.ด้านทิศทางอัตราดอกเบี้ย ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 16.4% จาก 20% แต่บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำ จึงช่วยชดเชยส่วนต่างตรงนี้ได้ ขณะเดียวกัน D/E ของบริษัทอยู่ในระดับต่ำที่ 1.5 เท่า ทำให้สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนได้อีกมากเช่นกัน
9.ภาวะแข่งขันในอุตสาหกรรม ปัจจุบันอุตสาหกรรมลีสซิ่งมีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว แต่บริษัทมีประสบการณ์และผู้บริหารมีความเชี่ยวชาญ รวมถึงอุตสาหกรรมนี้ยังมีความต้องการใช้เงินอีกมาก เชื่อว่าในระยะสั้นและระยะกลางบริษัทยังเติบโตได้
