Official Update :

InnovestX มอง Q3/69 เอลนีโญ-ภาษีสหรัฐ กดหุ้นไทย ประเมินแนวรับสำคัญ 1,500 จุด คัด 5 หุ้นเด่นรับเมกะเทรนด์ AI

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/69 เผชิญแรงฉุดจากดอกเบี้ยสูง-เอลนีโญ แต่มีแรงส่งจากกระแส AI และการคลี่คลายของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ประเมินแนวรับไม่หลุด 1,500 จุด พร้อมปรับเพิ่มเป้าดัชนีสิ้นปี 2569 ที่ 1,550-1,600 จุด แนะลงทุนแบบ Selective Buy เน้นหุ้นกลุ่มธนาคาร-สื่อสาร-นิคมฯ รับกระแสย้ายฐานการผลิตและเมกะเทรนด์เทคโนโลยีโลก


นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Investment Strategy & Research บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับ 3 แรงดึงสำคัญ คือ 1. เงินเฟ้อที่ทรงตัวสูงจากต้นทุนพลังงาน 2. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ทั่วโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และ 3. ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ


อย่างไรก็ตาม มองว่าเริ่มมี 3 แรงส่งเข้ามาช่วย ได้แก่ 1. การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Semiconductor ทั่วโลก 2. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงจากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซหลังข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งช่วยกดราคาน้ำมันลงมาที่ระดับ 75-80 ดอลลาร์/บาร์เรล และ 3. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากประเทศสำคัญ เช่น ญี่ปุ่น และมาตรการ 4 แสนล้านของไทย


ปรับเป้า GDP ไทยขึ้นเป็น 1.6% จากเดิม 1.4%

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ จำกัด กล่าวว่า ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวในลักษณะ U-Shape Recovery โดยอาจชะลอตัวในช่วงไตรมาส 2/69 และ 3/69 จากต้นทุนการเงินที่ตึงตัวขึ้นทั่วโลก สัญญาณอ่อนตัวของภาคการผลิตยุโรป ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ลดลง และการเติบโตแบบ K-shaped growth ในจีนที่ภาคการผลิตและส่งออกดี แต่การใช้จ่ายในประเทศซบเซา ก่อนจะทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4/69 จากแรงสนับสนุนของการลงทุนด้านเทคโนโลยีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศ


ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปี 2569 จาก 1.4% เป็น 1.6% จากแรงหนุนของการลงทุนภาคเอกชน อุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และ โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 แสนล้านบาท ในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสามารถดำเนินการได้จริงจะเป็นอัพไซด์สำคัญที่ดัน GDP ไปถึง 2% ได้ แม้ภาพรวมจะเติบโตแบบ K-Shaped ที่ภาคส่งออกดีแต่กำลังซื้อในประเทศยังซบเซาก็ตาม


ทั้งนี้ ยังต้องระวังปัจจัยลบจากสงครามการค้า โดยเฉพาะภาษีมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่ประกาศเก็บ 12.5% กับไทยและอีก 30 ประเทศ ซึ่งหากไม่มีมาตรการอื่นมาซ้ำเติม การส่งออกของไทยจะยังขยายตัวได้ที่ระดับ 5.6%


ไตรมาส 3 มองแนวรับ 1,500 จุด "DELTA" คือกุญแจสำคัญ

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน ประเมินว่าในไตรมาส 3/69 ตลาดหุ้นไทยอาจมีความผันผวนและปรับตัวลดลงจากปัจจัยเสี่ยงปรากฏการณ์เอลนีโญระดับรุนแรงและภาษีนำเข้ามาตรา 301 ของสหรัฐฯ โดยประเมินแนวรับสำคัญที่ 1,500 จุด บนเงื่อนไขสำคัญคือ DELTA ยังทรงตัวหรือไม่มีปัจจัยกดดันที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง เนื่องจากมีผลต่อดัชนีค่อนข้างมาก


รวมถึงปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index ปี 2569 เป็น 1,550-1,600 จุด จากเดิม 1,500–1,550 จุด เพื่อสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด และคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตประมาณ 20% และมองเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 1,720 จุด


คัด 5 หุ้นเด่นสู้ความผันผวน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นกลุ่มที่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคและได้รับอานิสงส์จากเมกะเทรนด์โลก คือ


กลุ่มธนาคาร ปันผลสูงกว่าภูมิภาค และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มเติบโตดี


กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate) ได้ประโยชน์โดยตรงจากการย้ายฐานผลิต AI และ Data Center (คนละกลุ่มกับ Property/Residential ที่ยัง Underweight)


กลุ่มสื่อสารและสาธารณูปโภค (Telecom & Utility) เป็นหุ้น Defensive ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต


ส่วนหุ้นแนะนำรายตัว (Top Picks) ได้แก่ CENTEL, CPN, GULF, HANA และ WHA


นอกจากนี้ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง InnovestX แนะนำลงทุนผ่าน DR23 ซึ่งครอบคลุมหลักทรัพย์อ้างอิงกว่า 85 หลักทรัพย์ใน 4 ประเทศหลัก (สหรัฐฯ, ฮ่องกง, จีน, ญี่ปุ่น) เน้นธีม AI, Semiconductor และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างผลตอบแทนจากโอกาสการเติบโตระดับโลกด้วยเงินบาท