หุ้นเหล่านี้กระทบแค่ไหน เมื่อภาครัฐสั่ง! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล
จากกรณีการประชุมของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีนโยบายดูแลราคาน้ำมันเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงพลังงานในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนค่า โดยที่ประชุมมีมติหลักๆ 3 เรื่องคือ 1. ปรับลดอัตราผสมไบโอดีเซล (B100) ในน้ำมันดีเซล B7 และ B10 ชั่วคราว โดยจะลดลงเหลือ B6 เพียงชนิดเดียว ซึ่งตั้งแต่ 11 ต.ค. –31 ต.ค.64
2.ปรับลดค่าการตลาดน้ำมันดีเซล B7 – B10 จากเฉลี่ย 1.80 บาทต่อลิตร เป็น 1.40 บาทต่อลิตร (ตั้งแต่ 5 ต.ค. – 31 ต.ค.) และ 3.ปรับลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันในน้ำมันดีเซล B7 จาก 1.00 บาทต่อลิตร เป็น 0.01 บาทต่อลิตร (ตั้งแต่ 11 ต.ค.– 31 ต.ค.64)
โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สำหรับประเด็นที่จะปรับลดอัตราการผสมนั้น ภายหลังจากวันที่ 11 ต.ค. – 31 ต.ค. สถานีบริการน้ำมันจะไม่จำหน่ายน้ำมันดีเซล B7 และ B10 โดยจะเปลี่ยนเป็นน้ำมันดีเซล B6 ชนิดเดียว ซึ่งจะเป็นผลลบต่อผู้ประกอบการธุรกิจไบโอ ดีเซล เช่น GGC และ PTG ซึ่งมีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจนี้ 50-90% และ 10-15% ตามลำดับ
ส่วนประเด็นการปรับลดค่าการตลาดน้ำมันดีเซล นั้นแม้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.37 บาท/ลิตร แต่อย่างไรก็ตาม หากนับตั้งแต่ต้นปี 2564 ค่าเฉลี่ยค่าการตลาดน น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 1.91 บาทต่อลิตรนโยบายข้างต้นจึงจำกัดการฟื้นตัวของค่าการตลาดธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในช่วง 1 เดือน ข้างหน้า
ทั้งนี้จะเป็นลบต่ออัตรากำไรช่วง 4Q64 โดยเฉพาะ PTG เนื่องจากเป็นสถานีบริการน้ำมันที่มียอดขายน้ำมันดีเซล 75-80% สูงที่สุด เทียบกับ OR และ BCP ที่มียอดขายน้ำมันดีเซล 45-50% และ 50-60% ตามลำดับ
ขณะที่ประเด็นปรับลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันจะช่วยลดราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกหน้าสถานีแต่ไม่กระทบผู้ประกอบการสถานีน้ำมัน เพราะเป็นการใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุน โดยสถานะกองทุนน้ำมันอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจาก Website ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ณ วันที่ 9 พ.ค. ฐานะการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิคงเหลือ 3.3 หมื่นล้านบาท โดยแหล่งข่าวระบุว่านโยบายตรึงราคาน้ำมันข้างต้นจะใช้เงินกองทุนราว 3 พันล้านบาท/เดือน
โดยภาพรวมนโยบายตรึงราคาน้ำมันดังกล่าว เป็นมาตรการระยะสั้นๆ 1 เดือน อย่างไรก็ตามแนวทางเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงานดูแลค่าครองชีพประชาชนของภาครัฐในเดือนถัดไปยังเป็นปัจจัยต้องติดตามอีกครั้ง เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วง 4Q64 มีโอกาสทรงตัวในระดับสูงจากสถานการณ์ขาดแคลนพลังงานทั่วโลก เป็นความเสี่ยงที่ภาครัฐอาจมีมาตรการแทรกแซงราคาเพิ่มเติม ซึ่งมีโอกาสอาจรวมถึงธุรกิจไฟฟ้าด้วย
ทั้งนี้จากประเด็นข่าวข้างต้น เรามองว่าจะกดดัน 1.ธุรกิจไบโอดีเซลจากอุปสงค์ B100 ที่ลดลงตามการปรับลดอัตราผสมในน้ำมันดีเซลเหลือ B6 2.ผู้ประกอบการธุรกิจสถานีบริการน้ำมันจะถูกจำกัดการฟื้นตัวของค่าการตลาด โดยเราประเมินหุ้น (ภายใต้ Coverage ของเรา) ที่ได้รับผลกระทบเรียงจากมากไปน้อยดังนี้ GGC,PTG,OR และ BCP

