เปิด 4 กลยุทธ์ เสริมแกร่งพอร์ตลงทุน เงินสด-เพิ่มทอง-โรงกลั่น-หุ้น Defensive รับมือน้ำมันพุ่ง-สงครามการค้า-ดอกเบี้ยสูง
3 ปัจจัยเสี่ยงใหญ่กำลังกดดันตลาดการเงินโลก ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น สงครามการค้าที่ยืดเยื้อ และดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ทำให้การจัดพอร์ตลงทุนต้องเน้นการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ได้แนะนำกลยุทธ์รับมือ พร้อมหุ้นเด่นที่น่าสนใจในช่วงที่ตลาดผันผวน
บล.เอเซีย พลัส ในสภาวะที่ตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่นักลงทุนต้อง ติดตามอย่างใกล้ชิด
1.วิกฤตราคาน้ำมันดิบ (CRUDE OIL SURGE): แนวโน้มราคาน้ำมันในไตรมาส 3 มีโอกาสพุ่งสูงกว่าไตร มาส 2 อย่างชัดเจน โดยเดือน ก.ค.69 ราคาน้ำมันดิบ BRENT ปรับตัวขึ้นแรงถึง 38% (MTD) ทะลุระดับ 100 เหรียญฯต่อบาร์เรล
2.สงครามการค้า (TRADE WAR): การต่อสู้ทางการค้าระหว่างมหาอำนาจได้เปลี่ยนรูปแบบจากมาตรา 122 สู่มาตรา 301 ซึ่งประเด็นนี้สร้างแรงกดดันกระทบต่อ SUPPLY CHIAN ในหลายประเทศ รวมถึง ประเทศไทย
3.ภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนาน (HIGHER FOR LONGER): หลังจากอัตราเงินเฟ้อมีโอกาสเร่งตัว หนุนอัตรา ดอกเบี้ยของหลายประเทศอยู่ระดับสูง หรือขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีเป็นปัจจัยเชิงมห ภาคที่ยังคงกดดันมูลค่า (VALUATION) ของตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์รับมือความผันผวนด้วย 4 แนวคิดหลัก คือ
1.เพิ่มเงินสด รอจังหวะเมื่อความผันผวนสูง ลดความเสี่ยงจาก Drawdown
2.ใช้ทองคำเป็นตัว HEDGE ช่วยรับมือสงครามและเงินเฟ้อ
3.หุ้นกลุ่มโรงกลั่นเดินเรือยังได้ประโยชน์จากน้ำมันและค่าระวาง เช่น PTTEP, BCP, TOP
4.หลบเข้าหุ้นปัจจัย 4 หรือ DEFENSIVE เน้นรายได้ในประเทศ เช่น CPALL, BDMS
