ORI กางแผน 3 ปี รุกภูเก็ต ดันพอร์ตลงทุนแตะ 3.16 หมื่นลบ. ชู Capital Gain ทะลุ 15% รับดีมานด์ต่างชาติ ไตรมาส 4/69 จ่อรับรู้รายได้ 2 โครงการใหม่

ORI กางแผนรุกหนักตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตแบบเต็มสูบ รับดีมานด์เศรษฐีต่างชาติและนักลงทุนไทยพุ่งกระฉูดชูวิสัยทัศน์ “Lifetime Company” สร้างการเติบโตในทุกมิติ หวังดันพอร์ตลงทุนรวมทะยานแตะ 31,600 ล้านบาทภายในปี 2571 พร้อมชูจุดเด่นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ให้ผลตอบแทน (Capital Gain) สูงถึง 15-20% ต่อปี เตรียมรับรู้รายได้ก้อนโตจากยอดโอนโครงการใหม่ที่จะเริ่มหลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป


ตลาดภูเก็ต: ขุมทรัพย์ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนเหนือกว่า

การเติบโตของภูเก็ตในฐานะ “Global Safe Zone” และเมืองพักผ่อนตากอากาศระดับโลก ทำให้ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ตัดสินใจเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Origin Infinity” ปัจจุบันตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตมีจุดเด่นเรื่องผลตอบแทนที่จูงใจนักลงทุนอย่างมาก ด้วยอัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Yield) ที่ทำได้สูงถึง 7-10% และมี Capital Gain 15-20% ต่อปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการลงทุนในกรุงเทพฯ


ผ่าอาณาจักร 3 หมื่นล้าน บนทำเล Super Destination

ที่ผ่านมา ORI ได้เปิดตัวโครงการในภูเก็ตไปแล้วถึง 8 โครงการ ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยแนวราบอย่างวิลล่า โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีมูลค่าเงินลงทุนรวมในภูเก็ต 18,350 ล้านบาท และเมื่อรวมกับแผนการลงทุนใหม่ในช่วงปี 2569-2571 อีก 11,650 ล้านบาท จะส่งผลให้พอร์ตสะสมในภูเก็ตมีมูลค่ารวมพุ่งสูงถึง 31,600 ล้านบาทภายในปี 2571


รูปแบบการขยายอาณาจักรของบริษัทมีทั้งการร่วมลงทุนกับพันธมิตร (Joint Venture) และการลงทุนเอง 100% โดยมีการกระจายความเสี่ยงในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ได้แก่

  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย: มียอดขายเฉลี่ยในพอร์ตแล้วกว่า 60% โดยโควตาต่างชาติ (Foreign Quota) 49% ในหลายโครงการถูกขายจนหมดเกลี้ยง

  • กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hospitality & Tourism): เน้นสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยมีโรงแรมที่อยู่ในแผนงานพัฒนา 3 โครงการ มูลค่า 2,700 ล้านบาท ได้แก่ แบรนด์ Motto Phuket Kata, Moxy Cherngtalay และ Moxy Phuket Chaofah


เจาะลึกดีมานด์ต่างชาติและกลยุทธ์ลุย “หาดรอง”

ลูกค้าหลักที่ขับเคลื่อนยอดขายในภูเก็ตคือชาวต่างชาติ นำโดยชาวรัสเซียที่มีสัดส่วนถึง 46.6% และกลุ่มลูกค้าใหม่ที่น่าสนใจอย่างชาวโปแลนด์ 15.9% ขณะเดียวกัน บริษัทยังเริ่มเห็นดีมานด์ที่แข็งแกร่งจากกลุ่มคนไทยและคนในพื้นที่ ที่ต้องการซื้ออสังหาฯ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่ออยู่อาศัย ย้ายถิ่นฐาน และลงทุนปล่อยเช่า


อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาที่ดินในทำเลฮอตฮิตอย่าง "บางเทา" ที่พุ่งทะยานจาก 15 ล้านบาท ไปสู่ 60 ล้านบาทต่อไร่ บริษัทจึงได้เตรียมงบประมาณราว 500 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า สำหรับกว้านซื้อที่ดินในทำเลศักยภาพใหม่ หรือ “หาดรอง” เช่น หาดสุรินทร์ หาดราไวย์ และพื้นที่โซนใต้ของเกาะ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ


เตรียมรับคลื่นรายได้ลูกใหม่

คุณธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ได้กล่าวถึงก้าวต่อไปที่สำคัญว่า ช่วงปี 2569-2571 ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มแห่งเก็บเกี่ยวรายได้ หลังจากที่บริษัทได้ปูพรมลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ โดยโครงการต่าง ๆ จะเริ่มก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่


นอกจาก ORI จะสามารถสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ จากการลงทุนในภูเก็ต ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป จาก 2 โครงการใหม่ คือ โครงการ โซ ออริจิ้น บางเทา บีช มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท และโครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่า 600 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดจะผลักดันรายได้ จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในจังหวัดภูเก็ตเกิน กว่า 3,000 ล้านบาทในปี 2569 ซึ่งจะเป็นปีแรกที่เริ่มรับรู้รายได้จากภูเก็ต


กลยุทธ์ทั้งหมดนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการในยุค “Longevity Economy” ที่ผู้คนหันมาใส่ใจคุณภาพชีวิตและการบริหารความมั่งคั่งระยะยาว แต่ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ชาญฉลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ทั้งผลกระทบจากสถานการณ์สงครามที่อาจทำให้การทำธุรกรรมโอนเงินของชาวต่างชาติล่าช้า รวมถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป