ทำความรู้จัก Zero Coupon Bond “ตราสารหนี้ไม่จ่ายดอกเบี้ย” แล้วผลตอบแทนมาจากไหน?

เวลาพูดถึงตราสารหนี้ หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับการซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้ ที่ได้รับดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ จนถึงวันครบกำหนดถึงได้รับเงินต้นคืน แต่มีตราสารหนี้อีกประเภทที่แตกต่างออกไป เพราะไม่จ่ายดอกเบี้ยระหว่างทางเลย นั่นคือ Zero Coupon Bond


Zero Coupon Bond คืออะไร?

Zero Coupon Bond หรือ ตราสารหนี้แบบไม่มีดอกเบี้ย คือ ตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดๆ เหมือนตราสารหนี้ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลตอบแทน


จุดเด่นคือ นักลงทุนจะซื้อพันธบัตรใน ราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ (Face Value) และเมื่อถึงวันครบกำหนด จะได้รับเงินคืนเต็มมูลค่าที่ตราไว้ ผลตอบแทนจึงเกิดจากส่วนต่างของราคา ยกตัวอย่างง่าย ๆ


สมมติ Zero Coupon Bond มีมูลค่าที่ตราไว้ 10,000 บาท แต่สามารถซื้อได้ในราคา 9,000 บาท และถือจนถึงวันครบกำหนด เมื่อครบกำหนด นักลงทุนจะได้รับ 10,000 บาท


เท่ากับได้รับผลตอบแทน 1,000 บาท จากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับเงินที่ได้รับคืน โดยไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยระหว่างทาง พูดง่าย ๆ คือ ซื้อในราคาถูก และถือไปจนถึงวันครบกำหนด แล้วจึงได้รับเงินเต็มมูลค่า


คำว่า Coupon ในตราสารหนี้หมายถึง ดอกเบี้ยที่ตราสารหนี้จ่ายให้ผู้ถือเป็นงวด ๆ ดังนั้น Zero Coupon จึงหมายถึงตราสารหนี้ที่ไม่มี Coupon หรือไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด


แตกต่างจากหุ้นกู้ทั่วไปที่อาจจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี


แล้วผลตอบแทนที่ได้ คิดเป็นกี่ % ต่อปี?

แม้จะรู้ว่าเราซื้อพันธบัตรในราคา 9,000 บาท และจะได้รับคืน 10,000 บาทเมื่อครบกำหนด แต่สิ่งที่นักลงทุนควรดูจริงๆ คือ ผลตอบแทนต่อปี หรือ IRR (Internal Rate of Return)


สำหรับ Zero Coupon Bond ที่ซื้อแล้วถือจนถึงวันครบกำหนด สามารถคำนวณแบบง่าย ๆ ได้จากสูตร


IRR = (มูลค่าที่ได้รับคืน ÷ ราคาซื้อ)^(1/จำนวนปีที่ถือ) − 1


(ซึ่งในทางปฏิบัติ นักลงทุนไม่จำเป็นต้องคำนวณเอง สามารถใช้ Excel, เครื่องคิดเลขทางการเงิน หรือเว็บไซต์คำนวณ IRR/YTM เพื่อหาผลตอบแทนต่อปีได้อย่างง่ายดาย)


ตัวอย่าง เช่น หากซื้อที่ 9,000 บาท และได้รับคืน 10,000 บาทในอีก 2 ปี


IRR = (10,000 ÷ 9,000)^(1/2) − 1 ≈ 5.4% ต่อปี


หมายความว่า แม้เราจะได้กำไรทั้งหมด 1,000 บาท แต่เมื่อคำนวณเป็นผลตอบแทนแบบต่อปีแล้ว เท่ากับประมาณ 5.4% ต่อปี


ดังนั้น เวลาตัดสินใจลงทุน อย่าดูแค่ว่าซื้อถูกกว่ามูลค่าที่ตราไว้เท่าไร แต่ควรดูว่าผลตอบแทนต่อปีที่ได้รับคุ้มค่ากับระยะเวลาที่ต้องถือเงินหรือไม่ด้วย


โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบ Zero Coupon Bond กับตราสารหนี้หรือการลงทุนประเภทอื่น ๆ ตัวเลข IRR หรือ Yield to Maturity (YTM) จะช่วยให้เปรียบเทียบผลตอบแทนได้ง่ายขึ้น


ข้อดีของ Zero Coupon Bond

1.คำนวณผลตอบแทนง่าย เหมาะกับการวางแผนเงินก้อนในอนาคต

จุดเด่นของ Zero Coupon Bond คือกระแสเงินสดที่เรียบง่าย เพราะนักลงทุนจะไม่ได้รับดอกเบี้ยระหว่างทาง แต่จะได้รับเงินก้อนเมื่อครบกำหนด


ลองสมมติว่าเราต้องการเงิน 100,000 บาทในอีก 5 ปี และไม่ได้ต้องการรายได้จากเงินก้อนนี้ระหว่างทาง Zero Coupon Bond ที่มีมูลค่าไถ่ถอน 100,000 บาทอาจเหมาะกับเป้าหมายลักษณะนี้ เพราะสามารถคำนวณได้ว่า วันนี้ต้องลงทุนประมาณเท่าไรเพื่อให้ได้รับเงินก้อนตามเป้าหมายในอนาคต


2.ไม่ต้องปวดหัวเรื่อง Reinvestment Risk จาก Coupon

ตราสารหนี้ทั่วไปที่จ่าย Coupon จะมีดอกเบี้ยทยอยเข้ามาระหว่างทาง หากนักลงทุนต้องการนำดอกเบี้ยเหล่านั้นไปลงทุนต่อ ก็จะมี Reinvestment Risk หรือความเสี่ยงที่เมื่อถึงเวลานำเงินไปลงทุนใหม่ อัตราผลตอบแทนในตลาดอาจลดลง ทำให้เงินที่นำไปลงทุนต่อสร้างผลตอบแทนได้น้อยลง


แต่ Zero Coupon Bond ไม่มีการจ่าย Coupon ระหว่างทาง จึงไม่มี Coupon ที่ต้องนำไปลงทุนต่อ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการตัดสินใจเอาเงินไปลงทุนต่อ


3.ราคามีโอกาสเคลื่อนขึ้นแรงกว่าพันธบัตรที่จ่าย Coupon ปกติ หากดอกเบี้ยตลาดลดลง

Zero Coupon Bond โดยเฉพาะตราสารที่มีอายุยาว มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างมาก


เมื่อธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนในตลาดมีแนวโน้มลดลงตาม ทำให้ตราสารหนี้ที่มีอยู่เดิมมีความน่าสนใจมากขึ้น ราคาจึงมีโอกาสปรับตัวขึ้น


สำหรับ Zero Coupon Bond อายุยาว ราคาสามารถเคลื่อนไหวได้แรงกว่าตราสารหนี้บางประเภท เนื่องจากไม่มี Coupon จ่ายออกมาระหว่างทาง และกระแสเงินสดทั้งหมดอยู่ที่วันครบกำหนด 


ดังนั้น หากนักลงทุนถือ Zero Coupon Bond อายุยาวและขายในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยลดลง ก็มีโอกาสได้รับกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้น


แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องคอยจับตา

แม้รูปแบบจะดูเรียบง่าย แต่ Zero Coupon Bond ก็ยังมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับตราสารหนี้ประเภทอื่น


1.ราคามีโอกาสตกแรง หากดอกเบี้ยในตลาดปรับขึ้น

นี่คืออีกด้านของเหรียญเดียวกัน หากดอกเบี้ยลดลง Zero Coupon Bond อายุยาวมักได้ประโยชน์จากราคาที่ปรับขึ้น แต่ถ้าดอกเบี้ยกลับเพิ่มขึ้น ผลก็สามารถเกิดขึ้นในทิศทางตรงกันข้าม


เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ตราสารหนี้ที่ออกใหม่จะให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากขึ้น ทำให้ตราสารเดิมที่มีผลตอบแทนต่ำกว่ามีความน่าสนใจลดลง ราคาจึงมีแนวโน้มปรับลดลงเพื่อชดเชยความแตกต่างของผลตอบแทน


และเพราะ Zero Coupon Bond ไม่มี Coupon จ่ายระหว่างทาง ราคาจึงอาจมีความผันผวนมากกว่าตราสารหนี้ที่มีอายุสั้นหรือมีการจ่าย Coupon โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้า Zero Coupon Bond นั้น มีอายุยาว 


2.ไม่มีรายได้ระหว่างทาง

สำหรับคนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ Zero Coupon Bond อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี เพราะระหว่างที่ถืออยู่ นักลงทุนจะไม่ได้รับ Coupon เป็นรายเดือน, รายไตรมาส, หรือรายปี จนกว่าจะครบกำหนดเลย


ดังนั้น หากเป้าหมายคือการสร้าง รายได้จากการลงทุนระหว่างทาง ตราสารหนี้ที่จ่าย Coupon อาจตอบโจทย์มากกว่า


3.มีความเสี่ยงจากผู้ออกตราสาร

แม้จะสามารถคำนวณได้ว่าควรได้รับเงินเท่าไรเมื่อครบกำหนด แต่การได้รับเงินจริงยังขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ออกตราสารในการชำระหนี้


หากผู้ออกตราสารมีปัญหาทางการเงิน นักลงทุนก็มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินตามจำนวนและเวลาที่คาดไว้


ดังนั้น ก่อนลงทุนควรพิจารณา คุณภาพเครดิตของผู้ออกตราสาร ควบคู่กับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ


Zero Coupon Bond เหมาะกับใคร?

Zero Coupon Bond อาจเหมาะกับนักลงทุนที่

  • ต้องการวางแผนเงินก้อนในอนาคต

  • ไม่จำเป็นต้องมีรายได้จากดอกเบี้ยระหว่างทาง

  • ต้องการทราบจำนวนเงินที่จะได้รับเมื่อถือจนครบกำหนด

  • เข้าใจความเสี่ยงด้านเครดิตและความผันผวนของราคาตราสารหนี้

  • สามารถถือการลงทุนได้จนถึงวันครบกำหนด


สรุป

Zero Coupon Bond ทำให้เห็นว่า ตราสารหนี้ไม่จำเป็นต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ ถึงจะสร้างผลตอบแทนได้


ผลตอบแทนของตราสารประเภทนี้มาจาก ส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อกับมูลค่าที่ได้รับคืนเมื่อครบกำหนด


ดังนั้น ก่อนลงทุนอย่าดูเพียงว่ามีดอกเบี้ยหรือไม่มีดอกเบี้ย แต่ควรดูให้ครบทั้ง ราคาที่ซื้อ, ผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนด, อายุของตราสาร, ความน่าเชื่อถือของผู้ออก และความเสี่ยงหากต้องขายก่อนครบกำหนด


เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยหรือไม่ แต่คือเงินที่เราลงทุนวันนี้ จะเติบโตเป็นเท่าไรในวันที่เราต้องการใช้


Most Viewed
Stock of the Day
CHAO เข้าร่วม Earnings Call กางแผนครึ่งปีหลังลุยเต็มสูบ เตรียมอัดแคมเปญใหญ่-สินค้าใหม่ 20 SKUs ดันผลงานทั้งปีโตตามเป้า
Updated 16 hours ago
Stock of the Day
“หยวนต้า” ชู 8 หุ้นเด่น อัพเป้า SET สู่ 1,770 จุด รับกำไร Q2/69 ทะลุ 3.9 แสนล. ดัน EPS แตะ 103 บ. รับฐานกำไรใหม่
Updated 1 day ago
News Highlight
สมาคมชาวไร่มันฯ-สถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน ชงภาครัฐดันแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ปี 2569–2573 หวั่นเลิกชดเชยกองทุนน้ำมัน ฉุดเอทานอลร่วง-กระทบการรับซื้อวัตถุดิบห่วงโซ่การผลิตสะดุด
Updated 16 hours ago
News Highlight
PANEL เร่งเครื่องเต็มกำลัง! ครึ่งปีหลังพุ่งแรง รุก Data Center - อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สร้าง New S-Curve โรงงานใหม่ปั๊มรายได้ปีนี้ทะลุ 220 ลบ. ทำสถิติสูงสุดใหม่
Updated 16 hours ago
Fun of Funds
“Private Fund” ครึ่งแรกปี26 “ทรงตัว” ! AUM ลดลง -0.27%... “บลจ.อีสท์สปริง” แชมป์โตสุด +199.85% “บลจ.ทิสโก้” ดิ่งหนักสุด -28.94% “บลจ.เอไอเอ” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 37.73% !!!
Updated 17 hours ago
Follow Us