แอสเซท พลัส ชี้หุ้นไทยเข้าสู่รอบ Re Rating รับ Fund Flow ลงทุนใน Data Center หนุนมอง Stock Selection หัวใจสร้างผลตอบแทน ชู ASP-T12 และ ASP-SME รับโอกาสเติบโตหุ้นไทย

บลจ. แอสเซท พลัส มองตลาดหุ้นไทยกลับมามีความน่าสนใจมากขึ้น หลังฟื้นตัวโดดเด่นนับตั้งแต่ต้นปี 2569 จากทั้งปัจจัยด้าน Valuation ที่อยู่ในระดับน่าสนใจ กระแสเงินทุนต่างชาติที่กลับเข้าสู่ตลาด Emerging Markets รวมถึงความชัดเจนทางการเมืองที่ช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่น ขณะที่การลงทุนด้าน Data Center และ AI Infrastructure กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นและมีโอกาสพัฒนาเป็น New Growth Engine ของเศรษฐกิจไทย พร้อมมองว่าระยะต่อไป “ผลประกอบการ” จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนราคาหุ้น ทำให้การคัดเลือกหุ้นหรือ Stock Selection มีความสำคัญมากขึ้น ชู 2 กลยุทธ์ลงทุนผ่าน ASP-T12 และ ASP-SME เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตของตลาดหุ้นไทย


นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า ภาพของตลาดหุ้นไทยในปี 2569 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากเผชิญแรงกดดันและถูกลดน้ำหนักการลงทุนมาเป็นระยะเวลาหลายปี โดยการปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบนี้ไม่ได้มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนสำคัญเกิดจาก การ Re-rating ของตลาดหุ้นไทยจากฐาน Valuation ที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ประกอบกับการกลับเข้ามาของกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ


(นายคมสัน ผลานุสนธิ)


สิ่งที่เราเห็นตั้งแต่ช่วงต้นปี คือการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินลงทุนทั่วโลก นักลงทุนเริ่มกระจายเงินลงทุนออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ มายังตลาด Emerging Markets มากขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีจุดเริ่มต้นจาก Valuation ที่ค่อนข้างถูก เมื่อประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง จึงช่วยให้ Sentiment ต่อตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น และนำไปสู่การ Re-rating ของตลาดในช่วงที่ผ่านมานายคมสันกล่าว


ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่า SET Index ปิดที่ 1,591.24 จุด เพิ่มขึ้น 26.3% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิสะสมกว่า 27,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนให้เห็นทั้ง Sentiment และทิศทางกระแสเงินทุนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน


อย่างไรก็ตาม หลังจากตลาดปรับตัวขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้ว บลจ. แอสเซท พลัส มองว่า ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในระยะต่อไปจะเริ่มเปลี่ยนจาก Re-rating ไปสู่การเติบโตของผลประกอบการ (Earnings Growth) มากขึ้น ทำให้โอกาสสร้างผลตอบแทนของหุ้นแต่ละบริษัทมีแนวโน้มแตกต่างกัน และการเลือกลงทุนเฉพาะบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตจะมีความสำคัญมากขึ้น


ช่วงแรกของการฟื้นตัว เราอาจเห็นตลาดปรับขึ้นจากการ Re-rating ได้ค่อนข้างกว้าง แต่จากนี้ราคาหุ้นจะต้องมีผลประกอบการเข้ามารองรับมากขึ้น เราจึงมองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่ Stock Selection จะมีบทบาทสำคัญ นักลงทุนต้องมองลึกลงไปว่าบริษัทใดสามารถสร้างกำไรและเติบโตได้จริง รวมถึงบริษัทใดกำลังได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยนายคมสันกล่าวเสริม


หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ บลจ. แอสเซท พลัส ให้ความสำคัญ คือ การลงทุนด้าน Data Center และ AI Infrastructure ในประเทศไทย ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และมีโอกาสสร้างแรงส่งไปยังหลายอุตสาหกรรมในตลาดหุ้นไทย


ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยเพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 1.47 ล้านล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรม Digital มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.12 ล้านล้านบาท และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนในรอบนี้  ในขณะที่เมื่อเดือนกรกฎาคม BOI ยังอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มเติม 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งธุรกิจ Data Center วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการยกระดับการบริหารจัดการด้านพลังงานเพื่อรองรับการขยายตัวของ Data Center โดยเฉพาะ


แม้ภาพรวมตลาดหุ้นไทยจะมีปัจจัยสนับสนุนมากขึ้น แต่ บลจ. แอสเซท พลัส มองว่า โอกาสการเติบโตในระยะต่อไปอาจไม่ได้กระจายตัวเท่ากันในทุกบริษัท โดยเฉพาะเมื่อราคาหุ้นจำนวนหนึ่งได้ตอบรับการฟื้นตัวของ Sentiment ไปแล้ว การพิจารณาคุณภาพของบริษัท แนวโน้มผลประกอบการ และปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวจึงมีความสำคัญมากขึ้น


ภายใต้มุมมองและปัจจัยข้างต้น บลจ. แอสเซท พลัส มองโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก ที่ตอบโจทย์นักลงทุนแตกต่างกัน ได้แก่ กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ท็อป 12 (ASP-T12) และ กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เอสเอ็มอี (ASP-SME)


สำหรับกองทุน ASP-T12 มุ่งเน้นการคัดเลือกหุ้นเด่นจำนวน 12 บริษัทจากตลาดหุ้นไทย โดยเน้น Best Ideas ที่ทีมผู้จัดการกองทุนมีมุมมองเชิงบวกและเห็นศักยภาพในการเติบโต เหมาะกับภาวะตลาดที่ผลตอบแทนเริ่มมีความแตกต่างระหว่างหุ้นแต่ละบริษัท และการคัดเลือกหุ้นสามารถมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างผลตอบแทนของพอร์ต


ขณะที่กองทุน ASP-SME มุ่งค้นหาโอกาสจากหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีศักยภาพเติบโต เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัทที่อาจยังไม่ได้รับความสนใจจากตลาดในวงกว้าง แต่มีโอกาสพัฒนาไปเป็น Growth Company รุ่นใหม่ของตลาดหุ้นไทย ในอนาคต


อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก กระแสเงินทุน และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ บลจ. แอสเซท พลัส มองว่า Fund Flow ต่างชาติ Valuation ที่ยังน่าสนใจ รวมถึงการลงทุนใน Data Center และ AI Infrastructure ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทย โดยการคัดเลือกบริษัทพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโต จะเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนในระยะต่อไป


Source : https://www.set.or.th/


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.แอสเซท พลัส โทร 02 672 1111 หรือติดต่อผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อหน่วยลงทุน ที่ท่านใช้บริการ

คำเตือน ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

Most Viewed
Fun of Funds
“PROSPECT REIT” ลงทุนเพิ่ม “ครั้งที่5” โครงการ “BFTZ 4” ก้าวย่างสู่การเติบโต ดันพอร์ตแตะ 1.5 หมื่นล้านบาท… เปิดให้จองซื้อวันที่ 7 – 14 ก.ย. 26 นี้ !!!
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด โบรกฯ ชี้บวกหุ้นแบงก์ใหญ่ BBL-KBANK-KTB-SCB เด่นสุด ชูอีก 4 กลุ่มรับเศรษฐกิจฟื้น-ดอกเบี้ยต่ำ
Updated 1 day ago
News Highlight
TOA ผนึกพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ ‘Green Ecosystem’ ยกระดับมาตรฐาน Sustainable Construction สร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืน
Updated 5 hours ago
News Highlight
TS Food เดินเกมใหญ่ คว้าตัว ดร.กุลยา ตันติเตมิท อดีตอธิบดีสรรพากร นำทัพขยายธุรกิจอาหาร
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
“เอกนิติ” หวังหุ้นไทย ปีนี้แตะ 2,000 จุด เผยลงทุน Q2 โต 14% สูงสุดรอบ 11 ปี เร่งดึงทุนต่างชาติรับโอกาสย้ายฐานผลิต
Updated 1 day ago
Follow Us