กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตามคาด SCB EIC มอง กนง. อาจคงดอกเบี้ยยาวจนถึงปี 2027
กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% โดยมองว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลาย สนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง ด้านครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ยังเปราะบาง ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าคาดแต่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามปัจจัยด้านอุปทาน ในระยะข้างหน้า กนง. จะติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และความเสี่ยงเงินเฟ้อ
รูปที่ 1: เศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่ทั่วถึง และพึ่งพาการนำเข้าสูง

เศรษฐกิจไทยเติบโตใกล้เคียงที่ กนง. ประเมินไว้ ขณะที่เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
-
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวใกล้เคียงประมาณการเดิม การเติบโตของเศรษฐกิจกระจุกตัว (รูปที่ 1)
ในภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และการลงทุนด้านดิจิทัล โดยผลดีต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากพึ่งพาสินค้านำเข้าสูง และอาจเพิ่มการจ้างงานคนไทยได้จำกัด
-
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้ จากข้อมูลจริงราคาพลังงานที่ลดลง
เป็นหลัก (รูปที่ 2) และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ในระยะข้างหน้า กนง. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจเกินกรอบเล็กน้อยในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 ตามราคาอาหารสดที่อาจปรับสูงขึ้นจากผลกระทบของ El Nino
-
ภาวะการเงินของ SMEs และกลุ่มเปราะบางยังตึงตัว ต่างจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวสูงขึ้น โดย กนง. สื่อสารใน Press statement เพิ่มเติมในครั้งนี้ว่า “สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มการดูแลกลุ่มลูกหนี้เปราะบางและ SMEs ที่มีศักยภาพผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด”
-
กนง. ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเหมาะสม โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในภาวะปัจจุบันอาจมีต้นทุนไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังต้องใช้มาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแก้ไขปัญหาภาวะการเงินตึงตัวในกลุ่มรายย่อย
และธุรกิจ SMEs
รูปที่ 2 : เงินเฟ้อไทยชะลอลงตามราคาพลังงาน

SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปตลอดทั้งปี 2026 – 2027
-
กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ต่อไป โดยเป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน
-
การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนและ SMEs ที่เผชิญภาวะการเงินตึงตัว ตามความเสี่ยงเครดิตที่สูงขึ้น การใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิผลมากกว่า
-
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความจำเป็นน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อค่าเงินบาทในบางจังหวะบ้าง แต่ ธปท. ยังมีความสามารถในการบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวนจนเกินไปจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง
-
อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค เมื่อคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงโดยหักลบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยยังอยู่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะบางประเทศที่เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าไทย (รูปที่ 3)
-
-
กนง. มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงปี 2027 โดย SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้า
จะยังเติบโตต่ำเพียง 2.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลงหลังแรงกดดันด้านอุปทานทยอยหมดลง นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอควบคู่กับมาตรการทางการเงิน จึงเหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบางอยู่ในหลายภาคส่วน
รูปที่ 3 : อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค

บทวิเคราะห์โดย... https://www.scbeic.com/th/detail/product/policy-rate-260826
