แสนสิริเผยยอดขาย 9 เดือน แตะ 36,400 ลบ. โตตามเป้า ผนึกกำลังแบงก์หนุน Real Demand ลุยเปิดโครงการใหม่โค้งสุดท้าย

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI โชว์ศักยภาพผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ เผยผลงานยอดขายรวม (Presale) 9 เดือนแรกของปี 2569 ทำยอดขายรวมได้ที่ 36,400 ล้านบาท คิดเป็น 76% จากเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีที่ 48,000 ล้านบาท พร้อมผนึกกำลังร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำเพื่อช่วยลูกค้ากลุ่ม Real Demand แก้โจทย์สินเชื่อ เดินหน้าลุยโค้งสุดท้ายของปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง


นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทสามารถทำยอดขายในช่วง 9 เดือนแรก (สิ้นสุด 30 กันยายน 2569) ได้ตามแผนงานที่ 36,400 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มบ้านและคอนโดมิเนียมที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากการเปิดตัวโครงการใหม่


ไฮไลต์ความสำเร็จจากโครงการเปิดตัวใหม่ทั้งแนวราบและแนวสูง

ความสำเร็จในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของโครงการแนวราบที่สร้างยอดขายได้อย่างร้อนแรง อาทิ บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา มียอดขายสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากทำเลที่ดี ดีไซน์โดดเด่นสไตล์ Tropical Retreat ตอบโจทย์เรื่อง Well-being และมีระดับราคาที่แข่งขันได้ รวมถึงโครงการบนทำเลศักยภาพอย่าง เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง, อณาสิริ รามอินทรา – จตุโชติ และกลุ่มที่อยู่ใน Sansiri New Ratchapruek คอมมูนิตี้ (อณาสิริ, เมเบิล, และสิริ เพลส ราชพฤกษ์ตัดใหม่) ที่สร้างยอดขายได้ตามเป้า


ในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียม โดดเด่นด้วยกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ โมนูเมนต์ สาทร คอนโดมิเนียมระดับ Legacy บน Rare Freehold สาทร ซอย 10 ที่ทำยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง และเดอะ เบส มิดทาวน์-ภูเก็ต คอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ใจกลางเมืองภูเก็ต ซึ่งสร้างสถิติยอดจอง 50 ห้องแรกหมดภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ แสนสิริยังมีโครงการพร้อมอยู่ อย่าง เวีย อารีย์ ชูช์ ราชเทวี เดอะ เบส รัชดา 19 และดีคอนโด คีรี ช่วยสนับสนุนกระแสเงินสดและการรับรู้รายได้ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทสามารถปิดการขาย (Sold Out) ไปแล้วถึง 18 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 23,500 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์และความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง


ผนึกแบงก์พันธมิตรหนุน Real Demand และลุยโค้งสุดท้าย Q4

แสนสิริยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างยืดหยุ่น ท่ามกลางความท้าทายด้านข้อจำกัดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน บริษัทได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับธนาคารพันธมิตรชั้นนำ ในการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่ม Real Demand ตั้งแต่การประเมินความพร้อมทางการเงิน วางแผนเครดิต ไปจนถึงการให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงเครดิตสำหรับผู้ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ได้สำเร็จ  


สำหรับไตรมาสที่ 4/2569 แสนสิริเตรียมลุยเปิดตัวโครงการใหม่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้งแนวราบและแนวสูง รวม 12 โครงการ (แนวราบ 6 โครงการ คอนโดมิเนียม 6 โครงการ) มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท  โดยมีไฮไลต์โครงการแนวราบ อาทิ เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์, เดมี อรุณอมรินทร์, สราญสิริ ปัญญาอินทรา และ อณาสิริ รามคำแหง – กรุงเทพกรีฑา ด้านโครงการคอนโดมิเนียม อาทิ พินน์ เกษตร, เดอะ มูฟ ลาดพร้าว 35, แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล, ดีคอนโด คลาวด์ ดอนเมือง, โครงการใหม่แบรนด์ HAUS ใน T77 และโครงการใหม่ในภูเก็ต (ป่าตอง, ราไวย์)


เร็วๆ นี้เตรียมเผยโฉม เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน เพื่อรองรับ Real Demand ระดับบน และการต่อยอดคอมมูนิตี้ที่พักอาศัยขนาดใหญ่อย่าง Sansiri New Ratchapruek บนพื้นที่ขนาดใหญ่ 1,000 ไร่


มุมมองจากนักวิเคราะห์

ด้านมุมมองจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นำโดย บล.กรุงศรี ประเมินว่าแสนสิริมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในเชิงรุกที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในระยะยาว ประกอบกับจุดเด่นด้านอัตราการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงราว 8.9% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมที่ 1.90 บาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและความสามารถในการทำกำไรของบริษัท สอดคล้องกับบล.กสิกรไทย ที่มองว่าแสนสิริ มีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่สูง สะท้อนว่าเป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำที่มีกลยุทธ์การพัฒนาโครงการเชิงรุก ที่ยังช่วยรักษาความสำเร็จและสนับสนุนให้บริษัทสามารถทำกำไรในระดับสูงต่อเนื่อง