Official Update :

บ้านคนละหลัง PLUS ปลุกอสังหาฯ แค่บางกลุ่ม โบรกฯ ชี้ LPN-PSH รับอานิสงส์ แต่ชู SIRI-SPALI เด่น พื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง 8%

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอตัว ล่าสุดที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบ โครงการ "บ้านคนละหลัง PLUS" วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท หวังช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางเข้าถึงสินเชื่อบ้านด้วยดอกเบี้ยต่ำผ่านธอส. แต่นักวิเคราะห์มองว่าผลบวกจะจำกัดอยู่ในกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทมากกว่า ในขณะที่หุ้นเด่นในกลุ่มฯ ยังคงเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและปันผลสูง


บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า โครงการ “บ้านคนละหลัง PLUS” วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท มีสาระสำคัญคือ วงเงินโครงการ: รวม 50,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท ต่อรายต่อหลักประกัน ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ครอบคลุมซื้อที่ดินพร้อมบ้านหรือห้องชุด การปลูกสร้างบ้าน การซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้าน รวมถึงการซื้อหรือสร้างที่อยู่ อาศัยบนที่ดินของรัฐตามเงื่อนไขที่กำหนด และสามารถขอสินเชื่อสำหรับอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยได้ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร


ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1) กรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ย 2.80% ต่อปี เป็น ระยะเวลา 2 ปีแรก และ 2) กรณีเกณฑ์รายได้ปกติ อัตราดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปีแรก หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามประกาศของ ธอส. เช่น ปีที่ 3-5 และปีถัดไปอ้างอิงตามอัตราดอกเบี้ย MRR ทั้งนี้ โครงการจะเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่ 15 ต.ค.2026 ถึง 30 ธ.ค.2030 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม


ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นกลางต่อกลุ่มที่อยู่อาศัย โดยภาพรวมจะเป็นบวกไม่มาก เนื่องจากเงื่อนไขโครงการมุ่งเน้นกระตุ้นอุปสงค์ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่ เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในตลาดล่าง โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้ผลบวกจากโครงการ ได้แก่ LPN และ PSH ที่ยังเน้นเซกเมนต์ต่ำกว่า 3 ล้านบาทมากสุด ขณะที่บริษัทในกลุ่มที่อยู่อาศัยอื่น ๆ อาจมีระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทไม่มากนัก


โดยกลุ่ม property ฝ่ายวิเคราะห์ยังให้น้ำหนักการลงทุนเป็น Underweight จากผลการดำเนินงานโดยรวมที่ยังฟื้นตัวช้า โดยมีหุ้นเด่นในกลุ่ม ได้แก่ SIRI (ซื้อ/เป้า 1.60 บาท) และ SPALI (ซื้อ/เป้า 18.50 บาท) จากผลการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่งกว่ากลุ่ม


ขณะที่ valuation ยังน่าสนใจ PER ต่ำ และ dividend yield ดีสุดในกลุ่ม โดย SIRI เทรดปี 2569 ที่ PER 6.0 เท่า dividend yield 8.4% ส่วน SPALI เทรดปี 2569 ที่ PER 7.2 เท่า dividend yield 8.0%


ด้าน LPN (ขาย/เป้า 1.30 บาท) และ PSH (เป้าเฉลี่ย IAA Consensus 3.49 บาท) แม้จะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ แต่ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองระมัดระวัง เนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานหลักยังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่อง