โพยหุ้นสำรวจเป้าหมาย KBANK เมื่อนักวิเคราะห์ชูเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
หุ้นกลุ่มธนาคารได้รับความนิยมจากนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในหุ้นที่น่าจับตาคงหนีไม่พ้น KBANK ดังนั้นผู้เขียนจะพานักลงทุนมาสำรวจเป้าหมายของ KBANK จะมีความน่าสนใจหรือไม่ และ KBANK จะมีทิศทางผลประกอบการเป็นอย่างไร หาคำตอบผ่านบทความนี้เลย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า คงมุมมองบวกต่อกลุ่มธนาคาร และคาดว่าจะ Outperform ตลาดได้ เนื่องจากได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แนะนำ "สะสม" KBANK, BBL และ "เก็งกำไร" SCB
โดยยังคงมอง KBANK เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม จากทิศทางการฟื้นตัวของผลดำเนินงานในไตรมาส 4/64 และ โอกาสในการเติบโตทั้งฝั่ง Traditional Bank ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และการลงทุนใหม่ด้านดิจิตอลเพื่อสร้าง New S Curve ผ่าน KBTG ที่จะมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นและขยายฐานผู้ใช้งานผ่าน Kplus และช่องทางต่างๆ ของ partner ขณะที่ราคาหุ้น ปัจจุบันมีUpside 27.2% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2564 ที่ 180 บาท จึงคงแนะนำ “ซื้อ”
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 166.00 บาท โดยปรับประมาณการกำไรปี 64 ขึ้น 5% เป็น 3.68 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 25%จากปีก่อน
ถัดมานักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 168.00 บาท โดยมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 64 และ 65 ขึ้น 8% และ 3% ตามลำดับ จากการปรับการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 5% จากเดิมที่ 3.5% เมื่อเทียบปีก่อน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 170 บาท โดยชอบ KBANK มากกว่า SCB (ถือ, ราคาเป้าหมาย 135 บาท) เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ปรับความเสี่ยงได้ดีกว่าในราคาที่ถูกกว่า โดย KBANK ซื้อขายที่ PER ปี 65 ที่ 8.7 เท่า เทียบกับ SCB ที่ PER 11 เท่า ความเสี่ยงที่สำคัญคือคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้
นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 166 บาท โดย KBANK รายงานกำไรแข็งแกร่งในไตรมาส 3/64 หนุนจากการดำเนินงานหลักสอดคล้องกับคาดการณ์ของเรา ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังสูงต่อเนื่องและคุณภาพสินทรัพย์ทรงตัวในไตรมาสที่ผ่านมาแม้จะมีการระบาดระลอกใหม่ของโควิดและมาตรการล็อคดาวน์จากภาครัฐ
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 158 บาท จากทิศทางกำไรผ่านจุดต่ำสุดตั้งแต่ปี 2563 โดยคาดกำไรสุทธิปี 2564 – 66 เติบโตเฉลี่ย 11% ขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มทยอยฟื้นตัว
ด้านนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 208 บาท โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 64 โต 21% จากฐานต่ำปีก่อน และปี 65 ขยายตัวต่อ 11% ซึ่งเป็นไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิดทยอยคลี่คลาย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 170.00 บาท โดยยังคงประมาณการกำไรปี 64 - 65 ไว้เหมือนเดิมที่ 35.8 พันล้านบาท และ 39.1 พันล้านบาทตามลำดับ มองว่าถึงแม้กำไรไตรมาส 4/64 อาจจะลดต่ำลงจากค่าใช้จ่ายที่มักจะสูงในช่วงปลายปี แต่รายได้หลักน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หลังสถานการณ์ COVID-19 ที่ดีขึ้น
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2564-65 ขึ้น 7% และ8% และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2565 เป็น 173 บาท ขึ้นจากเดิมที่ 160 บาท
และนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่ากำไรของ KBANK จะกลับมาเติบโตเป็นบวก 17% ในปี 64 และเพิ่มขึ้น 12%ในปี 65 คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 172.00 บาท

