ทยอยสะสม 10 หุ้นพื้นฐานดี อิงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
การประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 /64 ก็ประกาศออกมากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนักลงทุนรู้ล่วงหน้ากันแล้วว่าผลงานของหุ้นในแต่ละกลุ่มนั้นจะออกมาในทิศทางใดบ้าง ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ไปภาพของการลงทุนในตลาดหุ้นจะชัดเจนมากขึ้น จากสถานการณ์ที่ภาพรวมนั้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ดังนั้นภาพต่อจากนี้ไปจะเป็นช่วงของการเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นในแต่ละกลุ่มธุรกิจ
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในช่วงที่มีการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในช่วงของความผันผวน แต่อย่างไรก็ตามมองว่าเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นที่ผลประกอบการจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีในงวดไตรมาส 4/64
ทั้งนี้เน้นกลุ่มหุ้นที่อิงไปกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ เช่นกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPN,CRC และ HMPRO กลุ่มการเดินทางท่องเที่ยวโรงแรม เช่น AOT และ MINT กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่กำลังรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่จะเป็นปัจจัยหนุน ได้แก่ KBANK กับ SCB กลุ่มไฟแนนซ์แนะนำ ASK และ JMT ปิดท้ายที่กลุ่มโรงพยาบาลซึ่งเลือก BDMS
กลุ่มค้าปลีก
CPN บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) มองว่ายังคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 64 และคาดกำไรไตรมาส 4/64 และในปี 65 จะฟื้นตัวได้ดี ซึ่งกำไรสุทธิ9 เดือนคิดเป็น 77% จากประมาณการทั้งปี ทำให้คงประมาณการกำไรสุทธิในปี 64 อยู่ที่ 7 พันล้านบาท ลดลง 27%
ขณะที่เราคาดว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/64 จะฟื้นตัวได้ดีเพราะการคลายล็อคดาวน์ โดย Traffic เดือน ต.ค. 21 กลับมาฟื้นตัวได้เกือบเท่าตัวอยู่ที่70-75% จากไตรมาส 3/64 ที่ 45% ซึ่งจะทำให้ส่วนลดค่าเช่าลดลง และยังมีการเปิด 2 ศูนย์ใหม่ที่ศรีราชาและอยุธยาช่วงเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา แนะนำซื้อราคาเป้าหมายปี 65 ที่ 65 บาท
กลุ่มท่องเที่ยว
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ยังแนะนำ “ซื้อ” AOT ประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 75 บาท โดยยังคงประเมินจำนวนผู้โดยสารในระยะยาวจะมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อผลการดำเนินงานที่จะฟื้นตัวในปี 65 โดยมีโอกาสพลิกเป็นกำไรได้ใน งวดครึ่งหลังปี 65 ซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
ขณะเดียวกันประมาณการปี 65 ขาดทุน -5.5 พันล้านบาท ดีขึ้นจาก 64 ที่จะขาดทุน -1.5 หมื่นล้านบาท โดยยังประเมินผู้โดยสารที่ 45 ล้านคน 125% ต่ำกว่าที่AOT คาดการณ์ ทำให้กำไร 65 ยังมีโอกาส upside ได้ ขณะที่หากมีการขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการออกไปอีก 6 เดือน เป็นสิ้นสุด 65 จะกระทบต่อผลการดำเนินงานปี ลดลงราว -5 พันล้านบาท ซึ่งเราเชื่อว่ายังเป็นไปได้น้อยจากการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว
ธนาคารพาณิชย์
บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองว่าต่อหุ้น KBANK ว่า หากมองไปยังไตรมาส 4/64 เราประเมินว่ากำไรอาจอ่อนแอลงทั้งจากไตรมาส 3/64 และจากปีก่อน แต่หลักๆมาจากผลของฤดูกาลที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มักจะสูงขึ้นในช่วงสิ้นปีและการเติบโตของสินเชื่ออาจเริ่มชะลอตัวลงหลังลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่มีกำหนดชำระคืนสินเชื่อ
อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรจะยังฟื้นตัวและเติบโตในปีหน้าได้ที่ 15% หนุนจากการดำเนินงานหลักที่ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองที่กลับสู่ระดับปกติ เราคงคำแนะนำ ซื้อ KBANK บนราคาเป้าหมายใหม่หลังการปรับฐานการประเมินมูลค่าเป็นสิ้นปี 65 ที่ 166 บาท

