3 เหตุผลหนุน BCH ดันผลงานไตรมาส 4 โต
นายภูมิพัฒน์ ฉัตรนรเศรษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน และ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเมินว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/63 จะเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยปัจจัยสนับสนุน 3 ปัจจัย
อย่างแรก มาตรการของภาครัฐ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงพยาบาลทั้งการตรวจ COVID-19 รวมทั้งการกักกันทางเลือกทั้ง ASQ ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทราว 15,000-16,000 บาทต่อราย ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายหากผู้กักกันเจ็บป่วยในระหว่างกักกัน นอกจากนี้ยังมี AHQ ที่บริษัทเข้าร่วม 13 แห่ง พร้อมให้บริการหากมีดีมานด์เข้ามาเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีมาตรการวีซ่าระยะยาวที่รองรับการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยประเภทพิเศษ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่สามารถอยู่ไทยได้นาน 90 วัน ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน นโยบายนี้คาดถึง 30 กันยายนปี 64
อย่างที่สอง มาตรการประกันสังคม ซึ่งถือเป็นมาตรการสนับสนุนรายได้ในส่วนของประกันสังคม โดยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับบริการปีละ 1 ครั้ง โดยบริษัทสามารถเบิกเงินได้ราว 450 บาทต่อราย และบริการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ โดยบริษัทสามารถเบิกเงินได้ราว 9,600 บาท และอย่างที่สาม สถานการณ์ความคืบหน้าวัคซีน COVID-19 ที่ทยอยประกาศความชัดเจนออกมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามภาพรวมทั้งปี 2563 คาดว่ารายได้รวมจะทรงตัวจากปี 2562 เป็นผลมาจากการระบาดของ COVID-19 แต่บริษัทยังมาตรการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นผลบวกต่อความสามารถทำกำไร จึงคาดว่าภาพรวมทั้งปี 2563 อิบิทด้า มาร์จิ้นจะอยู่ที่ระดับ 29.90%
สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2564 วางเป้าจะมีรายได้เติบโต 10-15% พร้อมทั้งยังวางมาตรการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง โดยคาดว่า อิบิทด้ามาร์จิ้นจะอยู่ที่ระดับ 28-30% นอกจากนี้คาดว่าจะมีโควต้าประกันสังคมเพิ่มมาอีก 10,000 ราย จากเดิมอยู่ที่ระดับ 1.06 ล้านราย
ทั้งนี้มีแผนจะเปิดโรงพยาบาลใหม่จำนวน 2 แห่ง คือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ จ.ปราจีนบุรี ในช่วงต้นปี 64 และในช่วงไตรมาส 2/64 มีแผนเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ สปป.ลาว ที่จะเข้ามาสนับสนุนรายได้อีกด้วยโดยในปี 2564 บริษัทกำหนกงบลงทุน รองรับการลงทุน 2 โรงบาลใหม่ดังกล่าว 721 ล้านบาท รวมทั้งยังกำหนดงบปรับปรุงโรงพยาบาลเดิมอีกประมาณ 20-25 ล้านบาทต่อแห่ง
ขณะที่ความคืบหน้าศูนย์มะเร็ง ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2564 เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนเกิน 100 ล้านบาท
