เปิดแผน SVTรุกแฟรนไชส์-ตู้เวนดิ้ง สู่การขยายตู้ 2 หมื่นเครื่องในปี 2566
ผู้นำในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (เวนดิ้ง แมชชีน : Vending Machine) ภายใต้เครื่องหมายการค้า "SUNVENDING" ล่าสุดได้เปิดแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2565 จะมีความน่าสนใจแค่ไหน อ่านได้ผ่านบทความนี้เลย
โดยนายพิศณุ โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ สายงานการผลิต บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทมีแผนขยายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพิ่มเป็น 17,000 เครื่อง หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 เครื่อง จากเดิมในปี 2564 ที่มีจำนวนเครื่องทั้งหมด 14,600 เครื่อง พร้อมปรับเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติแบบธรรมดาให้เป็นแบบสมาร์ทเพิ่มเป็น 7,500 เครื่อง และภายในปี 2566 คาดจะมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพิ่มเป็น 20,000 เครื่อง
ทั้งนี้การขยายจำนวนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในปี 2565 จะเริ่มขยายตั้งแต่ต้นปี โดยจะเริ่มที่จังหวัดลำพูนเป็นแห่งแรก ซึ่งมีแผนเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นภาคอุดสาหกรรม และจังหวัดอุดรธานี จะเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นโรงงาน ส่วนภาคใต้ จะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2566
ด้านการทำระบบแฟรนไชส์ คาดว่าจะเริ่มเปิดโมเดล หรือสาขาต้นแบบก่อนภายในสิ้นปี 2564 เบื้องต้นมีลูกค้าสนใจทำระบบแฟรนไชส์แล้วจำนวน 1-2 ราย โดยเป็นโครงการนำร่อง หลังจากนั้นจะมีการขยายธุรกิจแฟรนไชส์อย่างเป็นทางการในปี 2565 อย่างไรก็ตามเบื้องต้นคาดปี 2564 จะมีผู้ลงทุนระบบแฟรนไชส์จำนวน 2 ราย ส่วนปี 2565 คาดเพิ่มมาแตะระดับ 40 ราย หรือราว 2,000 เครื่อง
ดังนั้นแนวโน้มภาพรวมปี 2565 บริษัทวางเป้าหมายจะมีรายได้เติบโตได้ที่ระดับ 25% จากปี 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก ความเชื่อมั่นในเรื่องของวัคซีน การเปิดประเทศ รวมทั้งตลาดกลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาในประเทศได้ตามปกติ และบริษัทเดินหน้าขยายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้ครอบคลุมมากขึ้น
โดยจะมีทั้งการขยายแบบลงทุนขยายเอง แเฟรนไชส์ และระบบเช่า ซึ่งบริษัทจะมุ่งเป้าหมายไปที่เป็นเจ้าของสินค้า หรือผู้ผลิตสินค้าเอง, กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่ง และลูกค้ารายย่อย เช่น โรงแรม, โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจ ด้วยการขายพื้นที่โฆษณาในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอีกด้วย
ขณะเดียวกันในปี 2565 บริษัทยังมีแผนขยายศูนย์กระจายสินค้าใหม่ จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ของภาคอีสาน และภาคเหนือ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ส่วนปี 2566 บริษัทยังมีแผนขยายศูนย์กระจายสินค้าใหม่เพิ่มอีกจำนวน 1 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ จากปัจจุบันที่มีศูนย์กระจายสินค้ารวมจำนวน 10 สาขาใหญ่ และ 1 สาขาย่อย
ทั้งนี้บริษัทวางงบลงทุนในปี 2565 ที่ระดับ 300 ล้านบาท เพื่อรองรับการจัดหาเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ รวมทั้งรองรับขยายศูนย์กระจายสินค้า ใช้พัฒนาระบบและจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติแบบสมาร์ท
นอกจากนี้ในอนาคตทางบริษัทยังมีแผนจะขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นประเทศเวียดนามก่อนโดยจะร่วมมือกับพันธมิตร อย่างไรก็ตามหากมีความชัดจัดเจนจะรายงานให้ทราบอีกครั้งภายหลัง
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2564 คาดจะมีรายได้รวมเติบโตได้ที่ระดับ 11% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,767.36 ล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนที่แรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวมแล้วที่ 1,455.30 ล้านบาท
