จับเทรนด์อนาคต MAKRO ในวันที่กำไรปี 65-66 จะเติบโตโดดเด่น
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO หนึ่งในหุ้นที่อยู่ในกระแสความสนใจจากนักลงทุนมาต่อเนื่อง และล่าสุดกำลังจะเข้าสู่ช่วงปลายปีกันแล้ว ที่ถือเป็นฤดูกาลของไฮซีซั่นในธุรกิจนี้ ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาหาคำตอบการเติบโตของ MAKRO ว่าจะมีความน่าสนใจแค่ไหน?
สำหรับ MAKRO ก่อนหน้านี้ หากนักลงทุนจำกันได้ พึ่งมีประเด็นข่าวใหญ่ออกมา อย่างการปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่ม “ซีพี” คือ รับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์ในไทยและมาเลเซีย และล่าสุดกำลังจะเข้าสู่ช่วงของการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering หรือ PO) จำนวนไม่เกิน 1,300 ล้านหุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไม่เกิน 130 ล้านหุ้น
ทั้งนี้หลังสิ้นสุดการเสนอขายหุ้น PO จะมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) เกินกว่า 15% ตามเกณฑ์ขั้นต่ำของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีผลกระทบต่อสัดส่วนการถือครองหุ้น (Control Dilution) ของผู้ถือหุ้นเดิม และอัตรากำไรสิทธิต่อหุ้นของ MAKRO (EPS Dilution) น้อยกว่ากรณีที่มี Free Float เป็นจำนวนมากกว่านี้
โดยนับจากนี้การเติบโตของ MAKRO จะเป็นอย่างไร? สะท้อนจากมมุมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อิงจากประกาศราคา PO ประมาณ การวันเข้าจดทะเบียนหุ้นใหม่ และการปรับลดสมมุติฐานการชำระหนี้ จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-66 ขึ้น 3-5% เป็น 6.6 พันล้านบาท 1.24 หมื่นล้านบาท และ 1.62 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตของกำไรที่ 0% +89% และ 31% ตามลำดับ แต่คาดอัตราเติบโตของ EPS จะอยู่ที่ -16.3%/ +0.8%/+31% ตามลำดับ
แนะนำให้ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ทำการจองซื้อเนื่องจากราคาเสนอขายเท่ากับราคาเสนอขายของธุรกรรมโอนกิจการทั้งหมด (EBT) จาก Lotus และยังคงมี upside ที่ 13% ต่อราคาเป้าหมาย อีกทั้งมีความเห็นด้านบวกต่อแนวโน้มทางธุรกิจของ MAKRO ในระยะปานกลาง ถึงแม้ว่าจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจะลดการเติบโตของ EPS ในปี 2565
คงคำแนะนำ “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 49.0 บาท จากเดิม 50.0 บาท หลังการปรับประมาณการกำไร ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลง 9.5% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังมี upside ที่ไม่ค่อยน่าสนใจ การประเมินมูลค่าหุ้นอิง ตาม DCF โดยมีอัตราคิดลดที่ 7.6% คิดเป็น EPS ปี 2565-66 ที่ 43 เท่า/34 เท่า ตามลำดับ
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 แม้คาดจะฟื้นตัวต่อจากไตรมาสก่อนตาม seasonal และการคลายล็อคดาวน์มากขึ้น อย่างไรก็ตามได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ลดลงจากเดิม -2% มาอยู่ที่ 6,395 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน
แต่ปี 65 ได้ปรัเพิ่มขึ้นจากเดิม 73% มาอยู่ที่ 12,750 ล้านบาท เติบโต 99% จากปีนี้ และปี 66 เพิ่มขึ้นจากเดิม 121% มาอยู่ที่ 17,668 ล้านบาท เติบโต 39% จากปีก่อนหน้าเพื่อสะท้อนการรวมกิจการโลตัสส์ โดยให้น้ำหนักจะเห็น EPS กลับมาสูงกว่าช่วงก่อนควบรวมโลตัสส์ตั้งแต่ปี 66 ขึ้นไป
ขณะที่สาเหตุที่ปี 64 ฝ่ายวิจัยปรับลงเพราะคาดกิจการโลตัสส์ยังกระทบจากโควิด กำไรที่เกิดขึ้นจึงยังไม่ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่าย ในขณะที่แผนปีหน้า ด้วยคาดหลัง MAKRO ระดมทุนจะนำเงินกึ่งหนึ่งไปคืนหนี้ราว 3 หมื่นล้านบาท ประกอบกับทิศทางการดำเนินงานที่จะฟื้นตัวขึ้นจากฐานต่ำ, อานิสงส์การเปิดประเทศ และการเกิด synergy โดย MAKRO ตั้งเป้าลดรายจ่ายรวม 2.7 พันล้านบาทใน 2 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้จึงคาดกิจการโลตัสส์จะเริ่มกลับมามีกำไรอีกครั้งราว 5.3 พันล้านบาท และ 9.3 พันล้านบาทในปี 65-66 จากปีนี้ที่ขาดทุน 57 ล้านบาท โดยเมื่อรวมกับผลการดำเนินงานของธุรกิจดั้งเดิมของ MAKRO ที่จะโตในอัตราเร่งตามภาวะการท่องเที่ยว จึงคาดกำไรสุทธิปี 65-66 เติบโตก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตามาปรับคำแนะนำลงเป็น “NUETRAL”จาก “TRADING BUY” โดยมีราคาเป้าหมายปี 65 ใหม่ (หลังเพิ่มทุน PO) ที่ 50.0 บาท จากเดิม 44 บาท ทั้งนี้ แม้จะมองว่า MAKRO จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการปรับโครงสร้างกิจการโลตัสส์ในครั้งนี้ ทั้งในแง่อำนาจการต่อรองและการเกิด synergy จากการกลายเป็นผู้นำทั้งธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งของประเทศและภูมิภาค
รวมถึงการปลดล็อคเรื่องฟรีโฟลท โดยขยับขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 20%จากปัจจุบันมีเพียง 7% อย่างไรก็ดี ด้วยราคาหุ้น MAKRO นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศดีลที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีโอกาสเกิด Price dilution จากการเพิ่มทุน PO ด้วย จึงแนะนำเพียง “ถือ”

